จันทร์, 27 มี.ค. 2017
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 73 บุคคลทั่วไป และ 1 สมาชิก ออนไลน์
เทคนิคการพยากรณ์ที่เหมาะสมสำหรับองค์กรธุรกิจ
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
วันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2009 เวลา 23:01 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

โดย ดร. ปรีชา พันธุมสินชัย, CPIM
บริษัท เอ็มโฟกัส จำกัด (ในกลุ่มล็อกซเล่ย์) เมษายน 2541

บทนำ
          ในธุรกิจ ตัวเลขการพยากรณ์หรือการประมาณการเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการวางแผนและช่วยให้การตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานที่มีเหตุผล ความจำเป็นในการจัดตั้งงบประมาณสำหรับทุกองค์กรในภาคธุรกิจหรือภาคอุตสาหกรรมมักจะทำให้เกิดความจำเป็นในการพยากรณ์อุปสงค์ของสินค้าและบริการ และสำหรับภาครัฐบาลการพยากรณ์รายได้จากการเก็บภาษีเป็นตัวกำหนดว่างบประมาณรายจ่ายของแผ่นดินควรจะอยู่ในระดับใด การเก็บข้อมูลและการสร้างระบบพยากรณ์ที่ใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อให้ได้มาซึ่งตัวเลขการพยากรณ์อย่างรวดเร็วจะช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้
          โดยปกติในธุรกิจน้อยใหญ่จะมีการเก็บข้อมูลทางธุรกิจเช่นยอดขายและค่าใช้จ่ายทางบัญชี แต่มักขาดความสนใจในการสร้างระบบพยากรณ์ หรือไม่ก็มอบหมายภาระหน้าที่ในการพยากรณ์อันสำคัญนี้ให้กับผู้ที่ขาดความรู้ด้านการพยากรณ์ ดังนั้นคุณภาพของค่าพยากรณ์ที่ได้มาจึงไม่ดีเท่าที่ควร ผลกระทบของการใช้ค่าพยากรณ์ด้อยคุณภาพเหล่านี้ในการตัดสินใจย่อมส่งผลต่อความอยู่รอดและความรุ่งเรืองขององค์กร บทความนี้เป็นบทความทางวิชาการซึ่งมีจุดประสงค์ที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทคนิคการพยากรณ์ที่ใช้ข้อมูลอนุกรมเวลาทางธุรกิจที่ได้ผลดี เพื่อให้ผู้อ่านทราบถึงหลักการที่ถูกต้องในการนำเทคนิคการพยากรณ์ไปใช้ เรียนรู้ว่าเทคนิคพยากรณ์ใดมีความแม่นยำอย่างไรโดยวิเคราะห์ผลจากการแข่งขันการพยากรณ์อนุกรมเวลาระดับสากลครั้งสำคัญๆ 3 ครั้ง เพื่อเป็นประโยชน์ในการสร้างระบบพยากรณ์ที่เหมาะสมสำหรับองค์กรธุรกิจของท่านต่อไป
          จากผลการวิจัยด้านการพยากรณ์กว่า 30 ปีที่ผ่านมา มีข้อสรุปสำคัญๆดังนี้
                1) วิธีการพยากรณ์โดยใช้ประสบการณ์หรือวิจารณญานของคน (judgmental methods) เช่น จากผู้จัดการฝ่ายขายที่แม้จะมีข้อมูลสนับสนุนมากมาย ไม่จำเป็นต้องแม่นยำกว่าวิธีการที่ใช้ตัวแบบคำนวณเป็นรูปธรรม (objective methods)
                2) วิธีการประเภทมีมูลเหตุและผล (Causal methods) ไม่จำเป็นที่จะแม่นยำกว่าวิธีการอนุมานหรือการคาดการณ์ (Extrapolation methods) ที่ใช้ข้อมูลอนุกรมเวลา (time series)
                3) เทคนิคพยากรณ์ที่ยากไม่จำเป็นต้องพยากรณ์ได้แม่นยำกว่าเทคนิคที่ง่ายกว่าเสมอไป


ดาวน์โหลดรายละเอียด

ที่มา Chulalongkorn Review ปีที่ 10 ฉบับที่ 40 กรกฎาคม-กันยายน 2541 หน้า 87-100
http://www.m-focus.co.th


จำนวนผู้ชม 8166 ครั้ง

 

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ