ศุกร์, 24 มี.ค. 2017
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 161 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เทคนิคและเครื่องมือที่เกี่ยวข้องในการจัดกลุ่มผู้ส่งมอบ (Supplier) (ตอนที่ 1)
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2009 เวลา 23:23 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

 

โดย ธิดารัตน์ ภัทราดูลย์
บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม
สาขาการจัดการโลจิสติกส์ (รุ่น 5) 
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

 

1. การวิเคราะห์แบบ ABC (ABC  Analysis)

 

           การวิเคราะห์แบบ ABC ถูกใช้ครั้งแรกในปี 1951 โดย H. Ford Dicky  ภายใต้แนวคิดในการจัดกลุ่มสินค้าตามมูลค่าของสินค้าและผลกระทบที่เกิดจากสินค้าชนิดนั้นๆ โดยแบ่งกลุ่มสินค้าออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่ม A B และ C โดยสินค้ากลุ่ม A มีมูลค่าและผลกระทบสูงสุด รองลงมาคือกลุ่ม B และ C ตามลำดับ (Coyle, et al., 2003)  ซึ่งการวิเคราะห์แบบ ABC นี้ มีพื้นฐานมาจากแนวคิดมาจากกฎพาเรโต (Pareto’s Law) หรือ กฎ 80-20 (80-20 Rule)  ซึ่งถูกคิดค้นโดย  Vilfredo Pareto ในปี 1897 ได้นำเสนอแนวคิดว่า ยอดขายโดยรวมส่วนใหญ่ของบริษัทเป็นมูลค่าที่มาจากสินค้าคงคลังเพียงไม่กี่รายการเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนรายการสินค้าคงคลังทั้งหมดที่มีอยู่ หรือ อาจกล่าวได้ว่า รายได้ประมาณร้อยละ 80 ของรายได้ทั้งหมดจะมาจากสินค้าคงคลังส่วนน้อยประมาณร้อยละ 20 ของจำนวนสินค้าทั้งหมด (Ballou , 2004)  ดังนั้นจึงต้องจัดลำดับความสำคัญของสินค้าคงคลังโดยพิจารณาจากจากมูลค่ารวมของยอดขายมากกว่าจำนวนชิ้นของสินค้าคงคลัง  ซึ่งการวิเคราะห์แบบ ABC หรือ กฎ 80-20 ได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวางในการบริหารจัดการด้านต่างๆ  เช่น การบริหารจัดการด้านการตลาด  การบริหารสินค้าคงคลัง  และถูกนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาทางด้านโลจิสติกส์ในบริษัทต่างๆ อีกด้วย รวมถึงการนำมาใช้ในการบริหารความร่วมมือกับผู้ส่งมอบ โดยการใช้เป็นเครื่องมือในการจัดกลุ่มผู้ส่งมอบ เพื่อให้ทราบว่าผู้ส่งมอบรายใดบ้างที่ควรให้ความสำคัญและสร้างความสัมพันธ์กันอย่างเหนียวแน่นต่อไป สำหรับขั้นตอนในการจัดกลุ่มผู้ส่งมอบโดยใช้ประยุกต์ใช้วิธีของ ABC นั้น อธิบายพอสังเขปได้ดังนี้
                 1) คำนวณหาปริมาณการใช้สินค้าคงคลังเฉพาะประเภทวัตถุดิบแต่ละประเภทในรอบ 1 ปี และหาราคาต่อหน่วยของของสินค้าคงคลังแต่ละประเภท
                 2) คำนวณหามูลค่าของสินค้าคงคลังที่หมุนเวียนในรอบปีของของคงคลังแต่ละประเภท โดยการคูณปริมาณการใช้ของคงคลังแต่ละประเภทในรอบปีด้วยราคาของคงคลังประเภทนั้น
                 3) เรียงลำดับรายการของคงคลังแต่ละประเภทตามมูลค่าของคงคลังจากมากไปหาน้อย
                4) คำนวณหาเปอร์เซ็นต์สะสมของปริมาณของคงคลังและเปอร์เซ็นต์สะสมของมูลค่าของคงคลังแต่ละประเภทที่ได้เรียงลำดับไว้ในขั้นตอนที่ 3
                5) นำเอาเปอร์เซ็นต์ที่คำนวณได้ในขั้นตอนที่ 4 มาสร้างกราฟโดยให้เปอร์เซ็นต์สะสมของปริมาณของคงคลังเป็นแกนนอนและให้เปอร์เซ็นต์สะสมของมูลค่าของคงคลังเป็นแกนตั้ง ดังแสดงในรูปที่ 1.1 แล้วทำการแบ่งประเภทของคงคลังแต่ละประเภทให้อยู่ในกลุ่มประเภท A, B และ C ตามความเหมาะสม

 

ปที่ 1.1 แสดงการจัดกลุ่มสินค้าคงคลังตามวิธี ABC
              ที่มา : พิภพ ลลิตาภรณ์ (2543)

 

           จากรูปที่ 1.1 จะเห็นว่าในการจัดแบ่งประเภทของสินค้า สามารถแบ่งได้ดังนี้
                  -   สินค้ากลุ่ม A มีปริมาณ 5-15% ของรายการสินค้าคงคลังทั้งหมดและมีมูลค่ารวมกันคิดเป็น 70-80% ของมูลค่าทั้งหมด ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูง ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
                  -   สินค้ากลุ่ม B มีปริมาณ 30% ของรายการสินค้าคงคลังทั้งหมด และมีมูลค่ารวมกันคิดเป็น 15% ของมูลค่าทั้งหมด ซึ่งเป็นมูลค่าปานกลาง ระดับการดูแลจะน้อยกว่าสินค้ากลุ่ม A
                  -   สินค้ากลุ่ม C มีปริมาณ 50-60% ของรายการสินค้าคงคลังทั้งหมด และมีมูลค่ารวมกันคิดเป็น 5-10% ของมูลค่าทั้งหมด ซึ่งเป็นมูลค่าที่ต่ำ ระดับการดูแลจะอยู่ระดับต่ำ

           จากการแบ่งกลุ่มผู้ส่งมอบตามหลักการ ABC จะทำให้ทราบว่าผู้ส่งมอบใดที่ส่งมอบวัตถุดิบในกลุ่ม A ก็จะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ  มีการวางแผนกลยุทธ์ในการบริหารจัดการผู้ส่งมอบวัตถุดิบในกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด แต่อย่างไรก็ตามวิธีการวิเคราะห์แบบ ABC นี้เป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้ในการจัดระดับความสำคัญของกลุ่มสินค้าที่มีการจัดซื้อโดยชี้ให้เห็นถึงวัตถุดิบและผู้ส่งมอบที่ส่งผลต่อต้นทุนส่วนใหญ่ของบริษัทเพื่อดูว่าวัตถุดิบและผู้ส่งมอบกลุ่มใดควรให้ความสำคัญหรือให้ความเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดเท่านั้น ไม่สามารถชี้บ่งหรือแนะนำได้ถึงกลยุทธ์ในการบริหารจัดการวัตถุดิบและผู้ส่งมอบแต่ละกลุ่มได้  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีการพัฒนาเครื่องมือและวิธีการต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพขึ้นมาใหม่ และเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ได้รับการยอมรับกันอย่างแพร่หลายในการบริหารความสัมพันธ์กับผู้ส่งมอบคือ Portfolio Model

 

บรรณานุกรม
          [1] Coyle, J., Bardi, J., and Langley, Jr.C. , 2003, The Management of Business Logistics, 7th ed.,
Thomson Learning, Canada, pp. 122-126, 207-215.
          [2] Ballou, H., 2004, Business Logistics /Supply Chain Management, 5th ed., Pearson Prentice Hall, United States of America, pp. 68-69.
          [3] พิภพ ลลิตาภรณ์, 2544, การบริหารของคงคลังระบบ MRP และ ROP, พิมพ์ครั้งที่ 4, สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น), กรุงเทพ, หน้า 102.


จำนวนผู้ชม 8855 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ