จันทร์, 27 มี.ค. 2017
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 141 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
คลังสินค้าทัณฑ์บน (BONDED WAREHOUSE ) คืออะไร?
User Rating: / 8
แย่ดีที่สุด 
วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2009 เวลา 10:16 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

 

    การ งดเว้นการเก็บอากรสำหรับของที่นำเข้า ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของคลังสินค้าทัณฑ์บน ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 และ 8 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 329 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 และพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ.2543 มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

    ประเภทของคลังสินค้าทัณฑ์บน (ประมวลฯ ข้อ 5 02 01 01)
    คลังสินค้าทัณฑ์บนแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยคืน คือ
    (1) คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 เป็นที่มั่นคง ซึ่งบุคคลอื่นจัดตั้งขึ้นและรักษาไว้ด้วยทุนทรัพย์ของตนเอง อธยดีกรมศุลกากรเป็นผู้อนุมัติคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อประโยชน์ทั่วไปของ ประชาชนในอันที่จะเก็บรักษาไว้ซึ่งของต้องอากรโดยยังมิต้องเสียเงินอากร ภายในกำหนดเวลาตามที่อธิบดีกำหนด
    (2) คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร ตามมาตรา 8 ทวิ (1) แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 เป็นคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปส่วนหนึ่ง กับร้านค้าปลอดอากรอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งอธิบดีกรมศุลกากรเป็นผู้อนุมัติให้จัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ประเภทร้านค้าปลอดอากรสำหรับแสดงและขายของที่เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนนั้น เพื่อให้นำออกไปนอกราชอาณาจักรโดยได้ปฏิบัติตาม ระเบียบที่อธิบดีกำหนด
    (3) คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า มาตรา 8 ทวิ (2) แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 แก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2543 เป็นสินค้าขอ
    โรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งอธิบดีกรมศุลกากรเป็นผู้อนุมัติให้จัดตั้งเป็นคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภท โรงผลิตสินค้า และอนุญาตให้ใช้ของที่นำเข้ามาและเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนนั้น ทำการผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการอื่นใดกับของที่นำเข้ามาเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิต สินค้านั้นได้
    การแบ่งประเภทของคลังสินค้าทัณฑ์บนตามลักษณะการประกอบกิจการ
    นอก จากนี้ กรมศุลกากรได้อนุมัติให้จัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนตามมาตรา 8 และ 8 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 โดยแบ่งตามลักษณะการประกอบกิจการดังนี้ คือ
    (ก) คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป (มาตรา 8)
    (ข) คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป สำหรับจัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ (คสท.) (มาตรา 8)
    (ค) คลังสินค้าทัณฑ์บน สำหรับเก็บน้ำมัน (คสน.) มาตรา 8)
    (ง) คลังสินค้าทัณฑ์บน สำหรับอู่ซ่อมหรือสร้างเรือ มาตรา 8 และ ภาค 4 ประเภทที่ 7 แห่ง พ.ร.ก. พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530)
    (จ) คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร (มาตรา 8 ทวิ (1))
    (ฉ) คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า (มาตรา 8 ทวิ (2))
    (ช) เขตคลังสินค้าทัณฑ์บน สำหรับประกอบการค้าเสรีที่ปลดจากภาระทางภาษีอากร (มาตรา 8 และ 8 ทวิ (2))
    ก. คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป
    หลักการและการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป (ประมวลฯ ข้อ 5 02 02 01)
    คลัง สินค้าทัณฑ์บนทั่วไป เป็นคลังสินค้าทัณฑ์บนซึ่งผู้ได้รับอนุมัติให้จัดตั้ง ต้องจัดสร้างและรักษาไว้ด้วยทุนทรัพย์ของตนเอง อธิบดีกรมศุลกากรเป็นผู้อนุมัติให้จัดตั้งโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 329 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 เพื่อประโยชน์ในการเก็บรักษาของที่นำเข้าจากต่างประเทศ การบรรจุหรือแบ่งบรรจุ การขนถ่ายสินค้า การกระจายสินค้า และเพื่อกิจการอื่น ๆ ที่อธิบดีกรมศุลกากรเห็นสมควรอันจะเป็นการสนับสนุนการผลิต การประกอบอุตสาหกรรมและการค้าระหว่างประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
    หลักเกณฑ์และเงื่อนการจัดตั้ง (ประมวลฯ ข้อ 5 02 02 02)
    (1) ผู้ขออนุมัติจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป จะต้องเป็นรัฐวิสาหกิจ หรือส่วนราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล หรือนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เฉพาะกรณีที่เป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จะต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท และมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของทุนจดทะเบียนหรือเป็นอัตราส่วนที่อธิบดีกรมศุลกากรเห็นสมควร และไม่มีข้อจำกัดในการออกเสียงลงมติของผู้ถือหุ้น โดยยื่นคำขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปตามแบบแนบที่กำหนด พร้อมแบบแปลนแผนผัง (พิมพ์เขียว) จำนวน 3 ชุด
    (2) สาถนที่ขอจัดตั้งจะต้องอยู่ในบริเวณที่อธิบดีเห็นว่าเหมาะสม ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้สะดวกและรัดกุม เฉพาะกรณีที่เป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จะต้องมีพื้นที่ไม่ น้อยกว่า 10,000 ตารางเมตร และภายในพื้นที่ดังกล่าวจะต้องมีอาคารเก็บของไม่น้อยกว่า 1,000 ตารางเมตร แต่อธิบดีอาจใช้ดุลยพินิจเป็นอย่างอื่นตามที่เห็นสมควรได้
    (3) ผู้ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งดำเนินการก่อสร้างตามพร้อมแบบแปลนแผนผัง (พิมพ์เขียว) ที่กรมศุลกากรรับรองแล้ว โดยจะต้องมีรั้งประตูเข้า-ออก ที่มั่นคงแข็งแรง และมีสถานที่อันควรที่ทำการของพนักงานเจ้าหน้าที่
    (4) จะต้องมีลักษณะเป็นคลังสินค้าทัณฑ์บนสาธารณะ (Public Bonded Warehouse) รับเก็บของเป็นการทั่วไป
    (5) การจัดสถานที่ การควบคุม การเก็บรักษาของและการขนส่ง ตลอดจนอุปกรณืเครื่องมือที่ใช้จะต้องให้ได้ทั้งความสะดวกและความรัดกุมเพียง พอ รวมทั้งจะต้องจัดให้มีเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ ซึ่งเป็นระบบที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ตลอดเวลา และระบบดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงกับระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร รวมทั้งต้องพัฒนาไปสู่ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (EDI) ซึ่งเป็นระบบที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ตลอดเวลา และระบบดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงกับระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร รวมทั้งต้องพัฒนาไปสู่ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (EDI) ได้
    (6) หลักฐานการควบคุมและทะเบียนบัญชี ให้ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมตามแบบที่กำหนด และได้รับอนุมัติให้เปิดดำเนินการจะต้องดูแลรักษาหลักฐานการควบคุมทะเบียน บัญชี และข้อมูลคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันปล่อยของ และพร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ตลอดเวลา
    (7) ผู้ได้รับอนุมัติให้เปิดดำเนินการ จะต้องทำสัญญาประกันและทัณฑ์นตามแบบที่กำหนด และจะต้องวางประกันในวงเงินแห่งความรับผิดชอบ ที่กำหนดในหนังสือค้ำประกันของธนาคารจำนวน 5 ล้านบาท ทั้งนี้หากมีพฤติการณ์แวดล้อมอื่น ๆ วงเงินดังกล่าวนี้กรมศุลกากรมีอำนาจสั่งเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นภายหลังได้ และในกรณีกรมศุลกากรสั่งเพิ่มวงเงินค้ำประกัน ให้ผู้ได้รับอนุมัติให้เปิดดำเนินการส่งหนังสือค้ำประกันของธนาคารเพิ่มเติม ให้ครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเรื่องดังกล่าวจากรมศุลกากร
    ในกรณีคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปได้ดำเนินการมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หากประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงหลักทรัพย์ในการค้ำประกันด้วยหนังสือค้ำประกัน ของธนาคารเป็นหลักประกันอย่างอื่น เช่น พันธบัตรรัฐบาล สลากออกสิน บัญชีเงินฝากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เป็นต้น ให้ยื่นคำร้องขอต่อกรมศุลกากร ทั้งนี้ การเปลี่ยนหลักทรัพย์ในการค้ำประกันดังกล่าวให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ เงื่อนไขที่กรมศุลกากรกำหนด
    ผู้ได้รับอนุมัติให้เปิดดำเนินการจะต้องจัดให้มีหลักฐานควบคุมและทะเบียน บัญชีเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบการนำของเข้าเก็บ การนำของออกและของที่เหลืออยู่ โดยจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบ ข้อบังคับ ของกรมศุลกากรที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันและที่จะใช้บังคับในภายหน้าทุก ประการ โดยพิจารณาตามความเหมาะสมทุกด้าน
    (8) ผู้ได้รับอนุมัติให้เปิดดำเนินการต้องชำระค่าธรรมเนียมประจำปีตามใบแนบ ศ.6 ท้ายกฎกระทรวงการคลังออกตามพระราชบัญญัติศุลกากรพุทธศักราช 2469

    หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการดำเนินงานคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป (ประมวลฯ ข้อ 5 02 02 03)
    (1) คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสามารถรับฝากเก็บของที่นำเข้ามาจากต่างประเทศได้ทุกชนิด เว้นแต่ของดังต่อไปนี้
    (1.1) ของที่ได้เสียอากร หรือวางเงินประกันแล้ว
    (1.2) ของต้องห้าม
    (1.3) ของที่กรมศุลกากรไม่อนุญาตให้เก็บรักษาในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป
    (2) ของมีอันตรายนั้น จะอนุญาตให้นำเข้าเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปได้ก็ต่อเมื่อกรมเจ้าท่า หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้อนุมัติให้เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บน ทั่วไปนั้นแล้ว
    (3) อาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืน หรือของต้องกำกัดอย่างอื่นใดที่จะนำเข้าเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนนั้น ต้องมีใบอนุญาตให้นำเข้ายื่นพร้อมกับใบขนสินค้า
    (4) คลังสินค้าทัณฑ์บนต้องแจ้งชื่อและลายมือชื่อผู้จัดการหรือผู้ที่ได้รับมอบ หมายให้มีอำนาจดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการศุลกากรต่อสำนักงานศุลกากรที่กำกับคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป นั้น เพื่อแจ้งสำนักงานศุลกากรที่เกี่ยวข้องทราบและเก็บตัวอย่างลายมือชื่อสำหรับ ใช้ในการตรวจสอบผู้มีอำนาจลงนามและลายมือชื่อในคำขอรับฝากเก็บของเข้าคลัง สินค้าทัณฑ์บนทั่วไป
    (5) คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปต้องลงลายมือชื่อเป็นผู้รับฝากเก็บของในแบบคำขอฝาก เก็บของเข้าคลังสินคาทัณฑ์บนทั่วไป ซึ่งผู้นำของเข้าจัดทำขึ้นตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนดพร้อมสำเนา 1 ฉบับ สำเนาให้เก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป ต้นฉบับมอบให้ผู้นำของเข้าใช้ประกอบการยื่นใบขนสินค้าขาเข้า เพื่อนำของเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปนั้น ๆ กรณีการฝากเก็บของเป็นช่วงเวลาตามที่กำหนดคราวละไม่เกิน 1 ปี ให้ผู้นำของเข้าทำสำเนาจากต้นฉบับ และลงลายมือชื่อรับรองสำเนาดังกล่าว เพื่อใช้ประกอบการยื่นใบขนสินค้าฯ
    สำนักงาน ศุลกากรที่กำกับคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป อาจกำหดนให้สินค้าบางประเภทเป็นสินค้าที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนนำเข้าเก็บใน คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป โดยผู้นำของเข้าต้องยื่นแบบคำขอฝากเก็บของฯ ซึ่งเจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปลงลายมือชื่อรับฝากเก็บของแล้ว ต่อสำนักงานศุลกากรที่กำกับคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป เพื่อขออนุญาตก่อนยื่นใบขนสินค้าขาเข้าเพื่อนำของเข้าเก็บในคลังสินค้า ทัณฑ์บนทั่วไป
    (6) ให้เป็นหน้าที่ของคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป ในการจัดทำบัญชีรายละเอียดการนำของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปตามแบบที่ กรมศุลกากรกำหนด เพื่อใช้ประกอบการตรวจปล่อยสินค้าของเจ้าหน้าที่ศุลกากรกำกับคลังสินค้า ทัณฑ์บน ต้นฉบับให้แนบติดกับใบขนสินค้าขาเข้า/ขาออก สำเนาให้เก็บไว้ที่คลังสินค้าทัณฑ์บน ต้นฉบับให้แนบติดกับใบขนสินค้าขาเข้า/ขาออก สำเนาให้เก็บไว้ที่คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป โดยแนบติดกับสำเนาใบขนสินค้าขาเข้า/ขาออกที่ใช้แทนใบสั่งปล่อย
    (7) ของที่นำเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสามารถเก็บได้ 1 ปี นับแต่วันนำเข้า เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้ขยายเวลาจากสำนักงานศุลกากรที่กำกับคลังสินค้า ทัณฑ์บนทั่วไป
    (8) ความในข้อ (4) และ (6) มิให้ใช้กับคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปของการท่าเรือแห่งประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ ในเขตท่าเรือกรุงเทพ
    สิทธิประโยชน์ในการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป
    (1) เป็นคลังสินค้าทัณฑ์บนสาธารณะรับเก็บของเป็นการทั่วไป ของที่เก็บอยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนให้มีอายุการเก็บรักษา 1 ปี นับแต่วันนำเข้า โดยได้รับงดเว้นการเก็บอากรขาเข้าและอากรขาออก หากส่งออกนอกราชอาณาจักร
    (2) สามารถแบ่งทยอยนำของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป เพื่อบริโภคภายในประเทศ โดยต้องชำระภาษีอากรให้ครบถ้วนเฉพาะของที่นำออกมานั้น การคำนวณค่าภาษีอากรให้คำนวณตามพิกัดอัตราศุลกากรที่ใช้อยู่ในเวลาปล่อย ของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน
    (3) สามารถโอนกรรมสิทธิ์ในของที่เก็บอยู่ในคลังฯ ให้แก่ผู้อื่นทั้งหมด หรือเพียงบางส่วนเพื่อให้ผู้รับโอนเป็นผู้ชำระค่าภาษีอากร หรือใช้เอกสิทธิทางการทูต หรือใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 หรือใช้สิทธิอื่น ๆ ซึ่งผู้รับโอนมีสิทธิเสมือนเป็นผู้นำเข้าเอง
    (4) สามารถขนย้ายหรือโอนสินค้าไปยังคลัวสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า ทั้งนี้ของที่ขอโอนจะต้องเป็นของที่นำไปผลิตเป็นของสำเร็จรูปในคลังสินค้า ทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้าที่ได้เคยยื่นสูตรการผลิตไว้แล้ว เพื่อส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ
    (5) สามารถขนย้ายหรือโอนสินค้าไปยังคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปอื่น หรือขนย้ายหรือโอนของไปยังเขตอุตสาหกรรมส่งออก โดยถือเสมือนว่าได้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรในวันที่นำเข้าไปในเขตอุตสาหกรรม ส่งออก
    (6) งดเว้นการเก็บอากรขาเข้าและขาออก สำหรับของที่นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อทำการบรรจุหรือแบ่งบรรจุในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปเพื่อเป็นสินค้าส่ง ออก โดยสามารถแบ่งทยอยส่งออกได้ภายใน 1 ปี
    (7) วัตถุดิบและสินค้าที่ได้นำเข้ามาเก็บภายในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป หากส่งออกไปนอกราชอาณาจักรไม่มีภาระภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช้อัตราศูนย์
    (8) ภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับวัตถุดิบหรือสินค้าที่นำเข้าใช้การค้ำประกันขณะจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปแทน
    (9) ของที่นำเข้าเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปซึ่งเสียหรือเสื่อมคุณภาพ สามารถขอทำลายตามระเบียบที่กรมศุลกากรกำหนดโดยได้รับยกเว้นอากร (ตามประกาศกระทรวงการคลังที่ ศก. 1/2542 ข้อ 3.3.7)
    ข. คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป
    สำหรับจัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ (คสท.)
    ลักษณะคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสำหรับจัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ (คสท.) (ประมวลฯ ข้อ 5 02 03 01)
    คลัง สินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสำหรับจัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ เป็นคลังสินค้าทัณฑ์บนที่อธิบดีกรมศุลกากรเป็นผู้อนุมัติให้จัดตั้งเพื่อ รปะโยชน์ในการนำของที่นำเข้ามาจากต่างประเทศหรือของที่นำเข้ามาผลิต ผสม ประกอบ หรือบรรจุในประเทศ ซึ่งมีเงื่อนไขได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายศุลกากรหรือกฎหมายอื่น หรือของในประเทศซึ่งไม่มีค่าอากรเข้ามาจัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ หรือเพื่อกิจการอื่น ๆ ที่อธิบดีกรมศุลกากรเห็นสมควร อันจะเป็นการช่วยสนับสนุนการผลิต การประกอบอุตสาหกรรมและการค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยผู้ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งต้องจัดสร้างตามเงื่อนไขที่กำหนดและรักษาไว้ ด้วยทุนทรัพย์ของตนเอง

    การขออนุมัติจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสำหรับจัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ (คสท.) (ประมาลฯ ข้อ 5 02 03 02)
    (1) ผู้ขออนุมัติจัดตั้ง คสท. จะต้องเป็นรัฐวิสาหกิจหรือนิติบุคคล กรณีที่เป็นนิติบุคคลจะต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของทุนจดทะเบียนหรือเป็นอัตราส่วนที่อธิบดีกรมศุลกากรเห็นสมควร และไม่มีข้อจำกัดในการออกเสียงลงมติของผู้ถือหุ้น โดยยื่นคำขอจัดตั้ง คสท. ตามแบบแนบที่กำหนด พร้อมแบบแปลนแผนผัง (พิมพ์เขียว) จำนวน 3 ชุด
    (2) สถานที่จัดตั้ง คสท. จะต้องอยู่ในบริเวณที่อธิบดีกรมศุลกากรเห็นว่าเหมาะสม ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้สะดวกและรัดกุม ภายในพื้นที่ดังกล่าวจะต้องจัดให้มีสถานที่จัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการแยก ต่างหากจากสถานที่เก็บและตรวจของด้วย
    (3) ต้องเป็นบริการสาธารณะ
    (4) กรมศุลกากรจะอนุมัติให้จัดตั้ง คสท. เพียงเท่าที่เห็นว่าจำเป็น โดยพิจารณาขีดความสามารถในการดำเนินการ ความรัดกุมในการตรวจตราและการเสี่ยงต่อความเสียหายในค่าอากร รวมทั้งอัตรากำลังขอพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานประจำ คสท. ด้วย
    (5) ผู้ได้รับอนุมัติให้จัดตั้ง คสท. จะต้องดำเนินการก่อสร้างตามแบบแปลนแผนผัง (พิมพ์เขียว) ที่กรมศุลกากรรับรอง โดยอาณาเขตที่ขอจัดตั้งต้องเป็นสถานที่ที่มีความมั่นคง แข็งแรงปลอดภัย สามารถคาบคุมได้ และมีสาถนที่อันควรเป็นที่ทำการของพนักงานเจ้าหน้าที่สถานที่จัดแสดงสินค้า และนิทรรศการไว้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งจัดให้มีเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ ์ซึ่งเป็นระบบที่สามารถเชื่อมโยงกับระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร ทั้งต้องพัฒนาไปสู่ระบบ Electronic Data Interchange (EDI) ได้
    (6) ผู้ที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งจะต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการจัดทำหลักฐาน และทะเบียนบัญชีควบคุมจำนวนของเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบการ นำของเข้า การนำของออก และของที่เหลืออยู่ใน คสท. และจะต้องดูแลรักษาหลักฐานการควบคุมทะเบีนบัญชีและข้อมูลคอมพิวเตอร์ให้อยู่ ในสภาพเรียบร้อยเป็นเวลาต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี
    (7) ผู้ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งจะต้องทำสัญญาประกันทัณฑ์บนตามแบบที่กำหนด เพื่อประกันค่าภาษีอากรและความเสียหายที่อาจเกิดแก่กรมศุลกากร และเพื่อนผูกพันให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับที่กรมศุลการกำหนดขึ้น วงเงินแห่งความรับผิดชอบที่กำหนดในหนังสือค้ำประกันของธนาคารให้มีจำนวน 5 ล้านบาท ทั้งนี้หากมีพฤติการณ์แวดล้อมอื่น ๆที่เห็นสมควรให้เพิ่มวงเงินค้ำประกัน สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรกรที่กำกับดูแล คสท. นั้น มีอำนาจสั่งเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นภายหลังได้ และในกรณีกรมศุลกากรสั่งเพิ่มวงเงินค้ำประกัน ให้ผู้ได้รับอนุมัติจัดตั้งส่งหนังสือค้ำประกันของธนาคารเพิ่มเติมให้ครบ ถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเรื่องดังกล่าวจาก สำนักงานศุลกากรที่กำกับดูแล คสท. นั้น
    ในกรณี ที่ คสท. ได้ดำเนินการมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี และ คสท. นั้น ได้ปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ ประกาศ ของกรมศุลกากร หากประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงหลักทรัพย์ในการค้ำประกันด้วยหนังสือค้ำประกัน ของธนาคาร เป็นหลักประกันอย่างอื่น เช่น พันธบัตรรัฐบาล สลากออมสิน บัญชีเงินฝากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เป็นต้น ให้ยื่นคำร้องขอต่อสำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่กำกับดูแล คสท. นั้น ทั้งนี้การเปลี่ยนหลักทรัพย์ในการค้ำประกันดังกล่าว ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมศุลกากรกำหนด
    ในกรณี ที่ คสท. ได้ดำเนินการมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยนั้น ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ ประกาศ ของกรมศุลกากร ตามวรรคสอง และผลประกอบการ 3 ปี บัญชีย้อนหลังมีกำไรติดต่อกัน หากมีความประสงค์ที่จะขอผ่อนผันการวางค้ำประกันให้ยื่นคำร้องขอต่อสำนักงาน ศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่กำกับดูแล คสท. นั้น พร้อมด้วยงบการเงินตามข้อกำหนดของกระทรวงการพาณิชย์ ซึ่งผู้ตรวจสอบบัญชีได้รับรองว่าเป็นกิจการที่มีกำไรย้อนหลัง 3 ปี บัญชีติดต่อกันและไม่มียอดขาดทุนสะสม
    สิทธิประโยชน์ในการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสำหรับจัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ
    (1) ของที่นำเข้ามาจากต่างประเทศเข้าเก็บใน คสท. เพื่อจัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการมีสิทธิได้รับการงดเว้นอากร หากได้จำหน่ายระหว่างการจัดงานแสดงเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร
    (2) ของที่นำเข้ามาผลิต ผสม ประกอบ หรือบรรจุในประเทศซึ่งมีเงื่อนไขได้รับงดเว้นการเก็บอากรตามกฎหมายศุลกากร หรือกฎหมายอื่น สามารถนำเข้าเก็บใน คสท. เพื่อจัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการและจำหน่ายเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร
    (3) ผลิตภัณฑ์ในประเทศที่ไม่มีค่าอากร สามารถนำเข้าเก็บใน คสท. เพื่อจัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการและจำหน่ายเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร มีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้
    (4) การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตามข้อ (1) , (2) และ (3) ให้แก่ชาวต่างประเทศที่จะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร หรือคนไทยที่มีหนังสือเดินทางและหลักฐานที่แสดงว่าจะเดินทางออกไปนอกราช อาณาจักรซึ่งสามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้กระทำได้โดยวิธีสั่งซื้อล่วงหน้า (Pre Order) เท่านั้น
    (5) การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตามที่กล่าวถึงในข้อ (1) และ (2) ในระหว่างจัดการแสดงสินค้าหรือนิทรรศการเพื่อบริโภคในประเทศโดยต้องชำระค่า ภาษีอากรให้ครบถ้วน
    (6) ของที่นำเข้าจากต่างประเทศเพื่อจัดงานแสดงและนิทรรศการใน คสท. นี้ สามารถโอนให้แก่ผู้ดำเนินกิจการคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทอื่น และแก่บุคคลอื่นซึ่งมีสิทธิได้รับการคืนอากร ตามมาตรา 19 ทวิ หรือได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายศุลกากรหรือกฎหมายอื่น การนับระยะเวลาของการเก็บรักษาสินค้าในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทต่าง ๆ และการใช้สิทธิขอคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ ให้นับตั้งแต่วันนำของนั้นเข้ามาในราชอาณาจักรเสมือนผู้รับโอนสินค้านำเข้า มาเอง
    ค. คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสำหรับเก็บน้ำมัน (คสน.)
    ลักษณะคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสำหรับเก็บน้ำมัน (คสน.) (ประมวลฯ ข้อ 5 02 04 01)
    คลัง สินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสำหรับเก็บน้ำมัน เป็นคลังสินค้าทัณฑ์บนซึ่งผู้ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งต้องจัดสร้างและรักษา ไว้ด้วยทุนทรัพย์ของตนเอง อธิบดีกรมศุลกากรเป็นผู้อนุมัติให้จัดตั้ง คสน. เพื่อสนับสนุนการสำรองน้ำมัน เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งส่งเสริมการค้าน้ำมันทั้งภายในและระหว่างประเทศ โดยการผ่อนคลายภาระการชำระภาษีอากรของผู้นำของเข้า
    บท กฎหมายว่าด้วยคลังสินค้าทัณฑ์บนที่บัญญัติไว้ในมาตรา 8 และในหมวด 10 ตั้งแต่มาตรา 87 ถึงมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2474 (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2483 (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2497 และประกาศของคณะปฏิวัติ (ฉบับที่ 329) ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 ให้นำมาใช้กับ คสน. ด้วย
    การขออนุมัติจัดตั้ง คสน. (ประมาลฯ ข้อ 5 02 04 02)
    ผู้ขอจัดตั้ง คสน. จะต้องยื่นคำขอ ตามแบบที่กำหนดโดยกรมศุลกากรได้กำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการดังต่อไปนี้
    (1) ผู้ขอจัดตั้ง คสน. จะต้องเป็นนิติบุคคล มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 60 บ้านบาท มีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของทุนจดทะเบียนและไม่มีข้อจำกัดในการออกเสียงลงมติของผู้ถือหุ้น
    (2) สถานที่จัดตั้ง คสน. จะต้องอยู่ในบริเวณที่อธิบดีเห็นว่าเหมาะสม ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้สะดวกและรัดกุม โดยถังสำหรับน้ำมันต้องมีปริมาตรความจุรวมกันไม่น้อยกว่า 300,000 ลูกบาศก์เมตร (300,000,000 ลิตร)
    (3) ต้องเป็นบริการสาธารณะ (Public Bonded Warehouse)
    (4) การนำน้ำมันเข้ามาเพื่อเก็บใน คสน. หรือการส่งน้ำมันซึ่งเก็บใน คสน. ออกไปจำหน่ายนอกราชอาณาจักร จะกระทำได้เฉพาะทางท่า หรือที่หรือสนามบินที่กรมศุลกากรอนุมัติแล้วเท่านั้น และสามารถเก็บน้ำมันได้รายละไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วันนำเข้าสำเร็จตามกฎหมายศุลกากร
    (5) กรมศุลกากรจะอนุมัติให้จัดตั้ง คสน. เพียงเท่าที่เห็นว่าจะเป็น โดยจะพิจารณาขีดความสามารถในการดำเนินการความรัดกุมในการควบคุมตรวจตรา และสี่ยวงต่อความเสียหายในค่าอากรรวมทั้งอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ที่ต้องไป ปฏิบัติงานประจำ คสน. ด้วย
    (6) ผู้ขอจัดตั้ง คสน. จะต้องยื่นหลักฐานแสดงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายในที่ดิน สิ่งก่อสร้างและกิจการ พร้อมด้วยแผนผังอันแท้จริงและถูกต้องแห่งสถานที่และสิ่งก่อสร้างนั้น หลักฐานทางราชการเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัทห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล การจดทะเบียนการค้าเพื่อให้กรมศุลกากรพิจารณาให้จัดตั้ง คสน. ตามกฎหมาย
    (7) ผู้ขอจัดตั้ง คสน. จะต้องไม่เคยมีประวัติการกระทำผิดอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 และพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 โดยการตรวจสอบย้อนหลัง 3 ปี
    (8) ผู้ได้รับอนุมัติให้จัดตั้ง คสน. จะต้องดำเนินการก่อสร้างตามแบบแปลนแผนผังซึ่งกรมศุลกากรได้รับรองแล้ว โดยต้องมีรั้ว ประตูเข้า-ออก ที่มั่นคงแข็งแรง และมีสถานที่อันควรสำหรับที่ทำการของพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งต้องจัดให้มีเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องคำนวณ ตลอดจนเครื่องให้ที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงาน ทั้งนี้โดยต้องจัดให้มีเครื่องอุปกรณ์เพื่อแสดงและบันทึกข้อมูลรับ-จ่าย และคงเหลือของน้ำมันเชื้อเพลิง ข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็นของ คสน. รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับเรือและกำหนดเวลาเข้า-ออก จากคลังฯ และสามารถที่จะเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับระบบข้อมูลของหน่วยงานที่เกียวข้อง เช่น กองทัพเรือ กรมตำรวจ กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมทะเบียนการค้า กรมโยธาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ฯลฯ เพื่อใช้ในการตรวจสอบกำกับดูแลและปราบปราม รวมทั้งการติดตั้งมิเตอร์ที่ท่อการรับ-จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ท่าเรือ โดยเจ้าของหรือผู้ปกครอง คสน. เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการติดตั้งทั้งสิ้น
    (9) ผู้ที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้ง คสน. จะต้องทำสัญญาประกันและทัณฑ์บนตามแบบแนบท้าย และจะต้องวางประกันในวงเงินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 ของค่าภาระภาษีอากรทั้งหมด โดยใช้หนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารตามแบบแนบท้าย ซึ่งคำนวณจากปริมาตรความจุรวมของถังน้ำมันนำเข้า ปริมาณน้ำมันนำออกใช้ภายในประเทศ ปริมาณน้ำมันที่ส่งออกไปจำหน่ายนอกประเทศตลอดจนปริมาณน้ำมันคงเหลือใน คสน. ทุกงวด 3 เดือน นับแต่วันเริ่มดำเนินการ ทั้งนี้โดยจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ของกรมศุลกากรที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันและที่จะใช้บังคับในภายหน้าทุก ประการ
    (10) หลักฐานการควบคุมและทะเบียนบัญชีดังกล่าว ให้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ควบคุมจำนวนน้ำมัน ตามแบบที่กำหนดและผู้ได้รับอนุมัติให้เปิดดำเนินการ คสน. จะต้องดูแลหลักฐานควบคุมทะเบียนบัญชีและข้อมูลคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในสภาพ เรียบร้อย เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันตรวจปล่อยน้ำมันออกจาก คสน. และพร้อมที่จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ตลอดเวลา
    (11) ถังสำหรับเก็บน้ำมันทุกใบซึ่งจัดตั้งเป็น คสน. นั้น จะต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรงโดยผ่านการรับรองและอนุญาตจากกรมโยธาธิการ มีท่อทางรับ-จ่ายน้ำมันที่สามารถควบคุมปริมาณน้ำมันใน คสน. ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรัดกุมอีกทั้งจะต้องได้รับการตรวจสอบ และรับรองปริมาตรความจุประจำถังจากกรมศุลกากรก่อน เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณปริมาตร และน้ำหนักสำหรับของนำเข้าเก็บและส่งออกจาก คสน.
    (12) การคำนวณปริมาณและน้ำหนัก เพื่อเป็นเกณฑ์ในการเรียกเก็บภาษีอากรสำหรับน้ำมันที่นำออกจาก คสน. เพื่อใช้ภายในประเทศ หรือส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศโดยขอยกเว้นอากรขาเข้าและขาออก ตามมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ให้ใช้วิธีคำนวณตามระบบ API และ Density ตามมาตรฐาน ASTM Zamerican Society for Testing and Materials) ในระดับอุณหภูมิที่ 86 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 30 องศาเซลเซียล แล้วแต่กรณี
    (13) ผู้ได้รับอนุมัติให้จัด คสน. จะต้องชำระค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวงการคลัง และจำต้องปฏิบัติตามประกาศ คำสั่ง หรือข้อบังคับของกรมศุลกากรที่เกี่ยวข้องกับ คสน. โดยเคร่งครัด หากฝ่าฝืนจะมีความผิด อาจถูกปรับหรือดำเนินคดีและกรมศุลกากรอาจเพิกถอนการอนุมัติ คสน. ด้
    (14) อธิบดีกรมศุลกากรอาจผ่อนผันหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการปฏิบัติการตามระเบียบนี้ในกรณีที่มีเหตุผลอันสมควร
    สิทธิประโยชน์ในการจัดตั้ง คสน.
    เป็น สถานที่เก็บน้ำมันที่นำเข้า หากส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศจะได้รับยกเว้นภาษีอากรทั้งขาเข้าและขาออก หากประสงค์จะใช้บริโภคในประเทศต้องชำระภาษีอากรขณะนำออกจากคลังฯ
    ง. คลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับอู่ซ่อมหรือสร้างเรือ
    ลักษณะของคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับอู่ซ่อมหรือสร้างเรือ (ประมวลฯ ข้อ 5 02 05 01)
    คลัง สินค้าทัณฑ์บนสำหรับอู่ซ่อมหรือสร้างเรือง เป็นคลังสินค้าทัณฑ์บนซึ่งอธิบดีอนุมัติให้จัดตั้งตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 329 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 เพื่อใช้เก็บส่วนประกอบ อุปกรณ์ประกอบวัสดุสำหรับซ่อมหรือสร้างเรือ ตามนัยประกาศกรมศุลกากรที่ 36/2538 และ 37/2538
    การขออนุมัติจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ (ประมาลฯ ข้อ 5 02 05 02)
    เมื่อ กรมศุลกากร ได้รับคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ขออนุมัติจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน สำหรับอู่ซ่อมหรือร้างเรือ ให้หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายพิจารณาดำเนินตรวจสอบและรายงานเสนอความเห็นให้ กรมศุลกากร เพื่อพิจารณาอนุมัติ

    การทำสัญญาประกันทัณฑ์บน (ประมวลฯ ข้อ 5 02 05 03)
    เมื่อ อธิบดีกรมศุลกากรพิจารณาอนุมัติ ให้จัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน สำหรับอู่ซ่อมหรือสร้างเรือ ผู้ขออนุมัติจะต้องทำสัญญาประกันทัณฑ์บนเพื่อวางประกันความเสียหาย ที่อาจจะเกิดแก่กรมศุลกากร และเพื่อผูกพันให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับที่กรมศุลกากรกำหนด วงเงินแห่งความรับ ผิดชอบที่กำหนดในสัญญาค้ำประกันของธนาคารให้มีจำนวนร้อยละ 10 ของค่าภาษีอากรวัตถุดิบ คงเหลือแต่ละงวดบัญชี แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ทั้งนี้ หากมีพฤติการณ์แวดล้อมอื่น ๆ วงเงินดังกล่าวนี้ กรมศุลกากรมีอำนาจสั่งเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงภายหลังได้ และในกรณีกรมศุลกากรสั่งเพิ่มวงเงินประกัน ให้ผู้ขออนุมัติ จัดตั้งคลังฯ ส่งหนังสือค้ำประกันของธนาคารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเรื่องดังกล่าวจากกรมศุลกากร
    ใน กรณีที่คลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับอู่ซ่อมหรือสร้างเรือ ได้ดำเนินการมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี และผู้ขออนุมัติจัดต้องคลังฯ ได้ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงหลักทรัพย์ในการค้ำประกันด้วยหนังสือค้ำประกัน ของธนาคารเป็นหลักประกันอย่างอื่น เช่น พันธบัตรรัฐบาล สลากออกมสิน บัญชีเงินฝากธนาคาร หรือสถานบันการเงินที่เชื่อถือได้ เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เป็นต้น ให้หน่วยงานกำกับคลังสินค้าทัณฑ์บน พิจารณาคำร้องและความเหมาะสมของคลังฯ นั้นว่าได้ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง และประกาศของกรมศุลกากร แล้วเสนอความเห็นต่อผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อพิจารณาอนุมัติ
    ในกรณีที่คลังสินค้าทัณฑ์บน สำหรับอู่ซ่อมหรือสร้างเรือ ได้ดำเนินการมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี และผู้ขออนุมัติจัดตั้งคลังฯ ได้ยื่นคำร้องขอผ่อนผันการวางค้ำประกัน ให้หน่วยงานศุลกากรที่กำกับดูแลฯ พิจารณาและตรวจสอบผลการดำเนินงานจากงบการเงิน ตามข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งผู้ตรวจสอบบัญชีได้รับรองว่าเป็นกิจการที่มีกำไรย้อนหลัง 3 ปีบัญชีติดต่อกันและไม่มียอดขาดทุนสะสม พร้อมเสนอความเห็นต่อผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรที่ได้รับมอบหมายเพื่อ พิจารณาอนุมัติ

    การควบคุมและการตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน (ประมวลฯ ข้อ 5 02 05 04)
    ให้ สำนักงานศุลกากรที่คลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับอู่ซ่อม หรือสร้างเรือนั้นตั้งอยู่จัดเจ้าหน้าที่ไปควบคุมดูแลรับผิดชอบคลังสินค้า ทัณฑ์บน สำหรับอู่ซ่อมหรือสร้างเรือนั้น ๆ โดยมีหน้าที่ควบคุมตรวจสอบการปฏิบัติงาน ของคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ โดยทั่วไป เช่นการนำของเข้า การเก็บรักษาวัตถุดิบ การผลิต การนำของออก การทะเบียนบัญชีตลอดจนการป้องกันและปราบปราม ทั้งนี้อาจให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบฯ คลังสินค้าทัณฑ์บนตลอดเวลาหรือบางเวลา ตามแต่จะเห็นสมควร

    การยื่นใบขนสินค้าขาเข้าเพื่อนำของเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บน (ประมวลฯ ข้อ 5 02 05 05)
    การ นำของที่นำเข้ามาจากต่างประเทศเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับอู่ซ่อม หรือสร้างเรือ ต้องยื่นใบขนสินค้าขาเข้าภายใน 30 วัน นับแต่วันนำเข้า และต้องนำของเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ ดังกล่าวภายใน 60 วัน นับแต่วันนำเข้า
    สิทธิประโยชน์ในการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับอู่ซ่อมหรือสร้างเรือ
    (1) ส่วนประกอบ อุปกรณ์และวัสดุสำหรับซ่อมหรือสร้างเรือ หากนำเข้าและเก็บรักษาในคลังสินค้าทัณฑ์บนนี้ เพื่อการซ่อมหรือสร้างเรือขนาด 15 ตันกรอสขึ้นไป ไม่ว่าเรือนั้นจะเป็นเรือไทยหรือเรือต่างประเทศ จะได้รับการยกเว้นภาษีอากร
    (2) ส่วนประกอบ อุปกรณ์ และวัสดุที่นำเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนนี้ สำหรับการซ่อมหรือสร้างเรือมีกำหนดเวลา 3 ปี นับแต่วันนำเข้า หากพ้นกำหนดต้องชำระภาษีเว้นแต่มีเหตุจำเป็น อธิบดีกรมศุลกากรอาจขยายระยะเวลาออกไปได้
    จ. คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร
    คลัง สินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร เป็นคลังสินค้าทัณฑ์บนที่จัดตั้งขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 ทวิ (1) แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ.2543 สำหรับการแสดงและขายของที่เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนนั้น โดยให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด


จำนวนผู้ชม 31417 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ