จันทร์, 27 มี.ค. 2017
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 263 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ม.เทคโนบางมดติดโผอันดับโลก มหาวิทยาลัยสีเขียวพลังงานจากขยะ
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม 2011 เวลา 17:11 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

      ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คว้าที่ 17 ของการจัดอันดับมหาวัทยาลัยสีเขียวระดับโลก ในโครงการพลังงานจากขยะ ลดผลกระทบภาวะโลกร้อน เผยโครงการขยะสามารถสร้างรายได้นับล้านบาท
      นับเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับคนไทย ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “มหา’ลัย บางมด” ได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน หรือ “มหาวิทยาลัยสีเขียว” อันดับที่ 17 ของโลก จากการจัดอันดับของ UI Green Metric Ranking of World Universities 2010 ซึ่งจัดโดย University of Indonesia หรือ UI มหาวิทยาลัยทั่วโลกที่ส่งข้อมูลร่วมการจัดอันดับจำนวนมากกว่า 1,000 ราย
      การจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของมหาวิทยาลัยทั่วโลกนั้น เป็นกลไกเพื่อส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยทั่วโลกได้จัดทำนโยบายและจัดระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยให้เกิดความยั่งยืนและเอื้อต่อการลดผลกระทบที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน โดยคำนึงถึงการอนุรักษ์พลังงาน การจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี รวมถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานทดแทน ซึ่งเกณฑ์การตัดสินนั้นได้คำนึงถึงการจัดทำนโยบาย การพัฒนาระบบการจัดการ กิจกรรมการส่งเสริมให้เกิดการรับรู้และการนำระบบไปสู่การปฏิบัติให้ครบถ้วนภายในมหาวิทยาลัย
      มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นหนึ่งในบรรดามหาวิทยาลัยที่มีการให้ความสำคัญกับนโยบายที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมภายในอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากยุคของท่านอธิการบดี ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ซึ่งท่านได้มีการกำหนดนโยบายอย่างชัดเจนในเรื่องของการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม โดยริเริ่มจัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการเอขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวอย่างจริงจัง จนมาถึงท่าน รศ.ศักรินทร์ ภูมิรัตน อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คนปัจจุบันจะเห็นได้ว่า มีการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า พร้อมทั้งมีจัดระบบของการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยอย่างยั่งยืน ทั้งยังมีส่วนในการช่วยลดผลกระทบต่อการเกิดภาวะโลกร้อน โดยอนุรักษ์และพัฒนาในเรื่องของพลังงานทดแทน นั่นเป็นคุณสมบัติที่ทำให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีขึ้นมายืนบนเวที “มหาวิทยาลัยสีเขียว” ระดับโลกในวันนี้
      ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุชาดา ไชยสวัสดิ์ ผู้จัดการศูนย์การจัดการด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและชีวอนามัย (Energy Environment Safety and Health) หรือ EESH แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์สารการค้าเกี่ยวกับแนวทางในการจัดการของโครงการมหาวิทยาลัยสีเขียวว่า แต่เดิมทางมหาวิทยาลัยได้มีการส่งเสริมในเรื่องของสภาพแวดล้อมและการจัดการด้านต่างๆ อยู่แล้ว โดยมีนโยบายที่ต้องการสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมขององค์กรอย่างชัดเจน โดยมีการจัดตั้งศูนย์การจัดการด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและชีวอนามัย หรือ EESH ขึ้นเพื่อที่จะบริหารจัดการนโยบายดังกล่าวอย่างเป็นระบบ
       “สิ่งที่ทำให้มหาวิทยาลัยของเราเป็นสีเขียวอย่างแท้จริงได้นั้น มาจากนโยบายที่มีความมุ่งมั่นจากผู้บริหาร อีกทั้งยังมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการดูแลและจัดการนโยบายต่างๆ อย่างเป็นระบบ ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าขาดสิ่งสำคัญที่สุด นั่นก็คือ ความร่วมมือของเครือข่ายต่างๆ ทั้งนักศึกษา บุคลากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่เป็นแรงผลักดันและขับเคลื่อนในส่วนของนโยบาย จนเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม” ผศ.สุชาดา กล่าว
      เมื่อปี พ.ศ.2546 มหาวิทยาลัยได้ริเริ่มการจัดทำระบบจัดการในเรื่องของขยะขึ้น โดยมีการจัดตั้งธนาคารขยะ เพื่อที่จะรณรงค์ให้นักศึกษาและบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยร่วมมือกันในการคัดแยกขยะ พร้อมทั้งยังมีการเพิ่มจำนวนของถังขยะขึ้นจากเดิม เพื่อความสะดวกและลดปริมาณขยะบริเวณต่างๆ ซึ่งโครงการคัดแยกขยะนั้นประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยในปี พ.ศ.2549 ธนาคารขยะสามารถสร้างรายได้จากการขายขยะถึง 1,200,000 ล้านบาท โครงการการดังกล่าวยังสามารถลดปริมาณขยะภายในมหาวิทยาลัยได้เป็นอย่างดี
      หลังจากที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้ประสบความสำเร็จจากกิจกรรมคัดแยกขยะและจัดตั้งธนาคารขยะแล้ว โครงการดังกล่าวก็ได้ถูกขยายผลเป็นโครงการอื่นๆ ตามมาอีกมากมายอย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งเสริมและพัฒนาในเรื่องของพลังงานทดแทน ซึ่งมีการวิจัยและการพัฒนาโดยบุคลากรและคณาจารย์ที่มีความสามารถ รวมไปถึงความร่วมมือจากนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัย
      การผลิตไบโอแก๊สจากเศษอาหาร โดยนำแก๊สที่ได้นั้นไปใช้ประโยชน์ภายในโรงอาหาร การจัดทำข้อมูลของการใช้สารเคมีในห้องปฏิบัติการประจำปี เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์และนำไปสู่การลดใช้สารเคมีและหาวิธีการกำจัดที่ถูกวิธี การตรวจสอบสภาพน้ำเสียเพื่อบำบัดก่อนระบายสู่แหล่งน้ำสาธารณะ โครงการลดใช้พลังงานไฟฟ้าและพลังงานน้ำ และการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้ในหน่วยงานต่างๆ ของทางมหาวิทยาลัย เป็นต้น
      นอกเหนือจากโครงการดังกล่าวแล้ว ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ยังได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการอนุรักษ์พลังงานทั้งทางตรงและทางอ้อม พร้อมทั้งปลูกฝังทั้งการใช้ชีวิตประจำวันและในด้านของกิจกรรมต่างๆ ของทางมหาวิทยาลัย ซึ่งทางศูนย์ได้ร่วมมือกับสมาคมศิษย์เก่าร่วมกันสานต่อโครงการผ่านกิจกรรม “Bike Share for Free” โดยรณรงค์ส่งเสริมการใช้จักรยานเป็นพาหนะในการสัญจรภายในมหาวิทยาลัย เพื่อลดใช้พาหนะที่เป็นยานยนต์ ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักในการเกิดมลภาวะ ทั้งยังเป็นการช่วยลดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนอีกทางหนึ่ง โดยโครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากกลุ่มนิสิตนักศึกษาและบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยเป็นอย่างดี
       “เราไม่ได้ใส่ใจในเรื่องของการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เพียงเพราะว่ามีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวขึ้น แต่เราทำเพื่อเหตุผลที่อยากจะให้สิ่งกล่าวนั้นกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรและมีการยึดถือปฏิบัติกันอย่างจริงจัง เพื่อเวลาที่บุคลากรหรือนักศึกษาจบจากที่นี่ไปแล้ว เค้าจะได้นำสิ่งเหล่านั้นไปปรับใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์และขยายผลต่อไปในอนาคต” ผศ.สุชาดากล่าวทิ้งท้ายอย่างชัดเจน
      สำหรับการจัดอันดับ UI Green Metric Ranking of World University 2010 ในครั้งนี้ถือเป็นปีแรกที่มีมหาวิทยาลัยภายในประเทศ ที่มีนโยบายและมีการจัดระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในลดผลกระทบที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน ได้รับการจัดอันดับเพียง 2 มหาวิทยาลัยเท่านั้น คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งการจัดอันดับนี้น่าจะเป็นส่วนในการผลักดันที่ดีที่ทำให้มหาวิทยาลัยหรือองค์กรต่างๆ เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว
      โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว อันดับที่ 1 ของประเทศ โดยมีคะแนนรวม 6,859 คะแนน ซึ่งถือเป็นมหาวิทยาลัยที่มีนโยบายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีเป็นอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย นอกจากนี้ยังเป็นอันดับสามของมหาวิทยาลัยในแถบเอเชียแปซิฟิก รองจาก Universiti Putra Malaysia (คะแนนรวม 7,699 คะแนน) และ Universitas Indonesia (คะแนนรวม 6,859 คะแนน) และยังเป็นอันดับที่ 17 ของโลก จากมหาวิทยาลัยทั่วโลกที่ส่งข้อมูลร่วมการจัดอันดับจำนวนมากกว่า 1,000 ราย
      การจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียว โดย UI Green Metric Ranking of World Universities เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยที่มีความตื่นตัวในการมุ่งสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว และก่อให้เกิดการพัฒนาในด้านของสิ่งแวดอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต


ที่มา สารการค้า - ข่าวหน้า 1 : ฉบับที่ ฉบับ 442 ประจำวันที่ 1-15 สิงหาคม 2554


จำนวนผู้ชม 4406 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ