จันทร์, 27 มี.ค. 2017
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 106 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี RFID ร่วมกับการส่งออกอาหารทะเลแช่แข็ง
User Rating: / 6
แย่ดีที่สุด 
วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม 2011 เวลา 08:00 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

นางสาวชลนิษา ช้างยัง
บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

    ประเทศไทยนับว่าเป็นผู้ผลิตสินค้าการเกษตรที่สำคัญของโลก อีกทั้งรัฐบาลไทยก็ได้ให้ความสำคัญกับการส่งออกอาหารจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศ จึงเกิดคำกล่าวที่ว่า “ครัวไทยสู่ครัวโลก” โดยในธุรกิจส่งออกอาหารนั้นจะเน้นในด้านการสร้างความเข้มแข็งในกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สร้างมาตรฐานอาหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพสินค้าให้ตรงความต้องการของลูกค้าจากข้อมูลสถิติการส่งออกอาหารของ World Trade Organization (WTO) ระบุว่าไทยมีส่วนแบ่งตลาดด้านการส่งออกอาหารอยู่ในอันดับ 5 ของโลก โดยกลุ่มอาหารที่ทำการส่งออกได้แก่
       - กลุ่มอาหารทะเลแช่แข็ง และแปรรูป
       - ผัก ผลไม้สด แช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป
       - ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป
       - อาหารแปรรูปอื่นๆ
       - น้ำตาล

ภาพรวมมูลค่าการส่งออกอาหารของประเทศไทย
     ซึ่งเมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งหมดของการส่งออกแล้วพบว่ายอดขายจากการส่งออกอาหารในเดือนมกราคม 2553 ที่ผ่านมา  จำนวน 991ล้านเหรียญสหรัฐ  จะเห็นว่าสินค้าหลักที่ส่งออกคือสินค้าในกลุ่ม อาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูปซึ่งมีมูลค่าในการส่งออกสูงถึงครึ่งหนึ่งของมูลค่าการส่งออกอาหารทั้งหมด
     จากแนวโน้มการแข่งขันทางธุรกิจที่เข้มข้น ผลักดันให้ภาคธุรกิจต้องยกระดับความสามารถในการดำเนินธุรกิจ และการขนส่งเพื่อเพิ่มความได้เปรียบทางการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งการนำเทคโนโลยีต่าง ๆมาใช้ควบคู่ไปกับระบบการขนส่ง ก็จะทำให้สามารถช่วยเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการขนส่งทำให้เกิดการขนส่งที่มีความรวดเร็ว และเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งได้ ซึ่งการนำ RFID มาใช้ในระบบการขนส่งนั้นนับว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีการจับตามองมากที่สุด

การขนส่งอาหารทะเลแช่แข็ง
    เมื่อผู้ผลิตผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อของลูกค้าแล้วสินค้าจะถูกจัดเก็บไว้ในห้องเย็น (Cold Storage) เพื่อรอการส่งมอบให้กับลูกค้า และเมื่อถึงกำหนดระยะเวลาส่งมอบบริษัทก็จะทำการจองตู้ขนส่งสินค้า (Container box) เพื่อมารับสินค้า เพื่อทำการส่งออกไปยังให้ลูกค้าโดยผ่านบริษัทที่รับขนส่ง เพื่อไปยังท่าเรือ แล้วส่งต่อไปให้ตัวแทนจำหน่าย จากนั้นก็จะถูกส่งไปยังลูกค้าต่อไป โดยผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็งจะถูกจัดเก็บและขนส่งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -18 องศา C เนื่องจากที่อุณหภูมินี้เป็นอุณหภูมิที่ทำให้จุลินทรีย์ไม่สามารถดำเนินปฏิกิริยาทางชีวเคมีได้ ทำให้จุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุทำให้อาหารเน่าเสียเหล่านี้ชะงักการเติบโต และหยุดกระบวนการเมทตาบอลิซึมลงทำให้อาหารยังคงรักษาสภาพไว้ได้ และอุณหภูมินี้ไม่มีผลต่อคุณลักษณะและคุณภาพของอาหาร  การขนส่งอาหารทะเลแช่แข็งต้องมีความระวังและใส่ใจในเรื่องของอุณหภูมิ เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารเกิดการละลาย ซึ่งสามารถทำได้โดยควบคุมอุณหภูมิตั้งแต่การจัดเก็บ การเคลื่อนย้ายอาหารออกจากห้องจัดเก็บสู่ตู้ขนส่งต้องทำอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  ตู้ขนส่งสินค้าที่อุตสาหกรรมแช่แข็งใช้นั้นจะเป็นประเภท Refrigerator Cargoesซึ่งเป็นตู้สินค้าประเภทที่มีเครื่องปรับอากาศ และจะมีการติดตั้งอุปกรณ์อัตโนมัติบันทึกอุณหภูมิภายในตู้ อีกทั้งยังมีฉนวนป้องกันความเย็นเพื่อไม่ให้ความร้อนจากบรรยากาศภายนอกเข้าสู่ตู้ในขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วสูง โดยก่อนที่จะนำสินค้าเข้าตู้ จะต้องทำให้ตู้ขนส่งเย็นก่อน (Pre-cooled) และในการรับผลิตภัณฑ์ควรให้รถขนส่งรับผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งเข้าตู้ผ่านทาง Port door ซึ่งเป็นประตูที่มีฉนวนป้องกันการสูญเสียความเย็น และการจัดวางสินค้าภายในตู้ขนส่งก็ต้องไม่วางแน่นเกินไป เพราะจะทำให้ความเย็นกระจายได้ไม่ทั่วถึง การขนส่งอาหารทะเลแช่แข็งให้ถึงลูกค้านั้นต้องกระทำอย่างรวดเร็ว และต้องมีการควบคุมอุณหภูมิตลอดกระบวนการขนส่งเนื่องจากอุณหภูมินี้จะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของสินค้า ตลอดจนการยอมรับของผู้บริโภค เพราะบ่อยครั้งที่มักพบว่าผลิตภัณฑ์อาหารเกิดการเสื่อมเสียระหว่างการขนส่ง ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการปฏิบัติงานในระหว่างการขนส่งที่ไม่ได้มาตรฐาน  และขาดการตรวจติดตาม โดยส่วนมากจะมักพบตรงจุดที่มีการเปลี่ยน mode ระหว่างการเคลื่อนย้ายหรือในระหว่างจุด Loading และ Unloading  สินค้า เช่นการขนสินค้าจากห้องเย็นที่เก็บสินค้าของโรงงานเข้าตู้ Refrigerator Cargoes และการขนสินค้าจากตู้ Refrigerator Cargoes เข้าสู่ห้องจัดเก็บสินค้าของร้านค้า ซึ่งตรงจุดนี้มักจะใช้เวลาในการดำเนินงานนาน รวมถึงขาดการควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งสาเหตุเหล่านี้จึงทำให้เกิดปัญหาที่ตามมาในกระบวนการขนส่งอาหารทะเลแช่แข็งส่งออก ถึงแม้ว่าการเคลื่อนย้ายและขนส่งภายในโรงงานจะมีการควบคุมเป็นอย่างดีเพราะถูกควบคุมอยู่ภายใต้ข้อกำหนด GMP (Good Manufacturer Practice), HACCP (Hazard Analysis and Critical Control Point) แต่ปัญหาอาจเกิดจากพนักงานที่ทำหน้าที่ในกระบวนการอาจไม่มีความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญของการควบคุมอุณหภูมิและเวลาในกระบวนการดีพอ และไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสินค้า รวมถึงผู้ที่ให้บริการในการขนส่ง (Logistic Provider) นั้นไม่มีการตรวจติดตามอย่างเคร่งครัดเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องมือในการตรวจติดตามสูง

ผลกระทบต่อสินค้าที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิระหว่างขนส่ง
    1.  คุณภาพของสินค้า ผลกระทบที่เกิดจากการขาดการควบคุมอุณหภูมิที่ถูกต้องและเหมาะสม ได้แก่ เนื้อสัมผัสของสินค้าเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งมีสาเหตุมาจากอุณหภูมิในการเก็บรักษาสินค้าในระหว่างขนส่งไม่สม่ำเสมอ เนื่องจากมีความร้อนเข้าไปในเครื่องแช่เยือกแข็ง เช่น การเปิด-ปิดตู้ ซึ่งจะทำให้มีลมร้อนเข้าไปในตู้ อุณหภูมิภายในตู้สูงขึ้นส่งผลให้ผลึกน้ำแข็งขนาดเล็กในโมเลกุลอาหารละลาย และผลึกน้ำแข็งขนาดใหญ่ในโมเลกุลของอาหารจะเริ่มเล็กลง ผลึกน้ำแข็งที่ละลายอยู่นี้จะทำให้ความดันไอน้ำเพิ่มขึ้น ความชื้นจึงเคลื่อนที่ไปยังบริเวณที่มีความดันต่ำกว่า เป็นผลให้ผิวของหารนั้นแห้งเพราะเกิดการสูญเสียน้ำ เมื่ออุณหภูมิในอาหารลดลงอีกครั้งไอน้ำจะไม่สร้างนิวเคลียสใหม่ แต่จะรวมตัวกับผลึกที่มีอยู่แล้ว มีผลทำให้ผลึกน้ำแข็งมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้เนื้อเยื่อของอาหารถูกทำลายเมื่อมีการนำอาหารมาละลายอีกครั้ง ส่งผลต่อคุณภาพของอาหารหรือเรียกว่าเกิดการไหม้เนื่องจากความเย็น (Freeze Burn) ซึ่งเนื้อสัมผัสของอาหารจะแห้งกว่าปกติ 
    2. ลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑ์ (Appearance) จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างเช่นลักษณะเนื้อสัมผัส, สี และคุณภาพ เป็นสาเหตุทำให้ผลิตภัณฑ์ตก Spec และไม่เป็นที่ยอมรับของลูกค้า เช่นในผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Value added (ผลิตภัณฑ์ที่มีการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น กุ้งชุบเกล็ดขนมปัง ปลาชุบเกล็ดขนมปัง)  อุณหภูมิและระยะเวลาที่ใช้ในการขนส่งจะส่งผลต่อคุณภาพของสินค้าได้ เช่น ผลิตภัณฑ์กุ้งชุบขนมปังหากมีความไม่สม่ำเสมอของอุณหภูมิในการขนส่ง รวมถึงระยะเวลาในการ load สินค้าขึ้นตู้ใช้เวลานานเกินไปจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพ และรสชาติของผลิตภัณฑ์เมื่อลูกค้านำไป Cooking  แล้วจะพบว่าสีของกุ้งชุบขนมปังหลังทอดจะมีสีคล้ำกว่าสินค้าที่มีการเก็บในสภาวะอุณหภูมิสม่ำเสมอและถูกต้อง ซึ่งจะเป็นปัญหาในระหว่างการขนส่งซึ่งทางผู้ผลิตไม่สามารถที่จะทำการควบคุมคุณภาพหรือตรวจสอบก่อนที่สินค้าจะถึงมือของลูกค้าได้แล้วนั้นจะยิ่งเป็นผลเสียค่อนข้างมากเพราะถ้าทางปลายทางเจอสินค้าที่ไม่มีคุณภาพไม่ว่าจะเป็น Custom ที่ปลายทางซึ่งถ้าทาง Custom ตรวจเจอจะเกิดการไม่ยอมรับสินค้าและสินค้าต้องถูกทำลายทิ้งทันที หรืออาจโดนตีกลับซึ่งทางผู้ผลิตจะต้องสูญเสียค่าสินค้าและค่าการขนส่งทั้งหมด นอกจากเสียชื่อเสียงและความเชื่อใจของบริษัทผู้ผลิตแล้วยังรวมถึงประเทศผู้ส่งออกด้วยเลยทีเดียว และถ้าสินค้าหลุดไปถึงมือผู้บริโภคจะสร้างความไม่พึงพอใจและก่อให้เกิดการสูญเสียลูกค้าเลยทีเดียว
    3.  อายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์  เมื่ออุณหภูมิของผลิตภัณฑ์ทั้งกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่มีการควบคุมอุณหภูมิ และเวลาที่เหมาะสมและถูกต้องแล้ว จะทำให้ผลิตภัณฑ์มีอายุการเก็บรักษาต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเนื่องจากอุณหภูมิและเวลาในการเก็บรักษาที่เหมาะสมจะช่วยในการชะลอการเจริญเติบโตของเชื่อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดการเน่าเสียของผลิตภัณฑ์ได้

การประยุกต์ใช้ RFID ร่วมกับการขนส่ง
    เทคโนโลยี RFID (Radio Frequency Identification) หรือเทคโนโลยีการระบุข้อมูลที่แสดงเอกลักษณ์ของวัตถุหรือบุคคลด้วยคลื่นความถี่วิทยุ ซึ่งจุดเด่นของ RFID อยู่ที่การอ่านข้อมูลจากแท็ก (Tag) ได้หลายๆ แท็กแบบไร้สัมผัสและ สามารถอ่านค่าได้แม้ในสภาพที่ทัศนะวิสัยไม่ดี ทนต่อความเปียกชื้น แรงสั่นสะเทือน การกระทบกระแทก สามารถอ่านข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูง โดยข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในไมโครชิปที่อยู่ในแท็กและเมื่อ RFID เชื่อมต่อกับระบบการวางแผนทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กรโดยรวม (Enterprise Resource Planning : ERP) ของคู่ค้าในระบบซัพพลายเชนจะทำให้มองเห็นความเคลื่อนไหวของสินค้าในซัพพลายเชนได้เป็นอย่างดี

เอกสารอ้างอิง
   [1] นวลละออง ศรีชุมพล, ชัยชนะ มิตรพันธ์ , การศึกษาแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี RFID กับการขนส่งอาหารทะเลแช่แข็ง. ใน การประชุมสัมมนาเชิงวิชาการประจำปีด้านการจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ ครั้งที่ 7 ,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี.
   [2] RFID ชิพอัจริยะผลิกโฉมระบบโลจิสติกส์ซัพพลายเชน, Logistic Digest, Logistics and Supply Chain Magazine for Thai Industry,Vol.05 No.53, August 2009
   [3] RFID The Key to Cutting Costs, Logistic Digest, Logistics and Supply Chain Magazine for Thai Industry,Vol.05 No.53, August 2009
   [4] ระบบการจัดการและควบคุมผลิตภัณฑ์อาหารให้ปลอดภัย, รศ.ดร.สุวิมล กีรติพิบูล, หน้า 162-163
   [5] วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหาร, คณาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
   [6] โลจิสติกส์อุตสาหกรรมอาหารตอบโจทย์กลยุทธ์ผู้นำตลาดโลก, http://www.logisticsdigest.com/article/logistics-insight/item.html
   [7] www.thaifoodscience.com/ภาพรวมการส่งออกอาหารของไทย-ช่วงเดือนแรกของปี-2553.htm


เอกสารเผยแพร่โดย http://www.logisticscorner.com , 15 พ.ค. 54


จำนวนผู้ชม 21042 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ