เสาร์, 01 พ.ย. 2014
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 42 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้755
mod_vvisit_counterเมื่อวาน3573
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้24282
mod_vvisit_counterสับดาห์ที่แล้ว21326
mod_vvisit_counterเดือนนี้755
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว100330
mod_vvisit_counterทั้งหมด5473035

Online (20 minutes ago): 79
Your IP: 54.211.68.132
,
Now: 2014-11-01 08:35
นำร่องท่าเรือทวายเชื่อมแหลมฉบัง ดันไทยเป็นศูนย์กลางขนส่งในภูมิภาค
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2011 เวลา 09:11 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

    ท่าเรือน้ำลึกทวาย เป็นอีกโครงการหนึ่งที่อยู่ในยุทธศาสตร์ 3 วงแหวน 5 ประตู ถือว่าเป็นการสร้างเส้นทางการค้าใหม่ เชื่อมไทยเชื่อมโลกผ่านประเทศที่มีพรมแดนติดกับไทย เมื่อวันที่ 23 พ.ย.2553 บริษัท อิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลพม่าเป็นเวลา 75 ปี และเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2554 พม่าได้ออกกฎหมายให้ท่าเรือทวาย เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ  นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ท่าเรือทวายกับการส่งออกของประเทศไทย" ในการประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่ 16 ของสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง โดยมีเป้าหมายในปี 2555 ให้ต้นทุนโลจิสติกส์ของไทยลดเหลือ 15% ของจีดีพี จากปัจจุบันอยู่ที่ 20% ของจีดีพี
    โครงการนำร่อง คือ โครงการเชื่อมโยงท่าเรือทวายกับท่าเรือแหลมฉบัง โดยเชื่อว่าจะช่วยผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งในภูมิภาคอาเซียน และช่วยร่นระยะเวลาการขนส่งลงไม่น้อยกว่า 3 วัน คาดว่าในเฟสที่ 1 จะแล้วเสร็จภายใน 3 ปี และจะมีการลงทุนระบบสาธารณูปโภคต่อเนื่องอีกกว่า 300,000 ล้านบาท และมีการลงทุนต่อเนื่องอีกในช่วง 9 ปี อีกกว่า 3 ล้านล้านบาท รัฐบาลพม่า ให้ความสำคัญกับโครงการทวาย ที่ประกอบด้วย ทางหลวงระหว่างประเทศทวาย-กาญจนบุรีท่าเรือน้ำลึก และนิคมอุตสาหกรรม มูลค่า 400,000 ล้านบาท ด้วยขนาดโครงการครอบคลุมพื้นที่ 250 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 200,000 ไร่ มีเม็ดเงินที่จะต้องเข้าไปลงทุนหลายหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งบริษัทอิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และเชื่อว่าโครงการนี้จะเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจของพม่าเป็นอย่างมาก พร้อมๆ กับการยกระดับภาคตะวันตกของไทยเป็น "อีสเทิร์นซีบอร์ด" เส้นทางการค้าใหม่ของโลก และเป็น 1 ใน 5 ประตูการค้าของไทยที่จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าของภูมิภาคนี้
    "รัฐบาลพม่าให้เมืองทวายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน และให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจตะวันตก ภาคตะนาวศรี แทนเมืองมะริดแล้ว เมื่อเดือนมกราคม รัฐบาลพม่าได้ประกาศอนุมัติให้ก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติราชการบริการจุดเดียวเบ็ด เสร็จ (วัน สต็อป เซอร์วิส) ที่เมืองทวาย ซึ่งนับเป็นข่าวดีหลังจากที่ลุ้นกันมาพอสมควร" นายอลงกรณ์ กล่าวนายอลงกรณ์ กล่าวว่า นักลงทุนทั้งสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ ต่างมุ่งมาที่เมืองทวายจำนวนมาก เพื่อวางแผนลงทุนสร้างโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร และโรงงานขนาดเล็กเพื่อแปรรูปอาหารทะเล โดยเฉพาะสิงคโปร์ โดยกลุ่มเทมาเส็ก และกลุ่มทุนในจีนขอเข้าร่วมลงทุนในพื้นที่บางจุด ซึ่งอิตาเลียนไทยกำลังรอดูการเมืองภายในพม่าก่อน
    นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เส้นทางลำลอง เพื่อใช้ในการลำเลียงอุปกรณ์ก่อสร้างและเส้นทางเบื้องต้นจะแล้วเสร็จ โครงการทวายภาคเอกชนของไทยจะได้รับสัมปทานจากรัฐบาลพม่าเป็นเวลา 75 ปี มีการลงทุนทั้งสิ้น 110,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จะเป็นการลงทุนด้านสาธารณูปโภค 330,000 ล้านบาท สำหรับประเทศไทย จะพัฒนาด่านสิงขร จ.ประจวบ คีรีขันธ์ เชื่อมต่อไปยังเมืองมูดอง และเมืองมะริด ซึ่งพม่าได้อนุมัติโครงการก่อสร้างเส้นทางมูดอง-มะริด แล้ว "ท่าเรือน้ำลึกทวาย ถือว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ในรอบ 10 ปี และจะเป็นหนึ่งยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ของโลก เช่นเดียวกับคลองปานามา และคลองสุเอซ และในปี 2558 ไทยจะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน อย่างเต็มรูปแบบ ขณะนี้ภาครัฐได้วางยุทธาสตร์เชิงรุก ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องสร้างความเก่ง แกร่ง และกล้า เพื่อให้ไทยเป็นโลจิสติกส์ ฮับอย่างที่ได้วางเป้าหมายไว้

ที่มา Transport Journal, 8 เม.ย. 54
http://www.transportnews.co.th/index.php?option=com_content&view=article&id=243:2011-04-08-08-24-02&catid=21:2011-01-27-09-30-58&Itemid=85


จำนวนผู้ชม 3015 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ