จันทร์, 27 มี.ค. 2017
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 74 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ยกระดับคุณภาพ Freight Forwarder เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน
User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 
วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม 2010 เวลา 22:23 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

โดย ดาริษา รัตนธนาภัทร์
บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม 
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

     ปัจจุบันการค้าระหว่างประเทศมีความสำคัญอย่างมากทั้งการนำเข้าและส่งออก และภายใต้การค้าระหว่างประเทศก็มีหลากหลายธุรกิจที่คอยสนับสนุนทั้งภาคการค้า และการบริการ ผู้เขียนจึงขอนำเสนอธุรกิจหนึ่งซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญในภาคบริการนั่นก็คือ ผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ หรือ Freight Forwarder
     ก่อนอื่นผู้เขียนจะแนะนำธุรกิจประเภทนี้ให้กับผู้อ่าน เพราะเชื่อว่าหลายคนคงยังไม่รู้จัก หรืออาจจะเคยได้ยินอยู่บ้างแต่ยังไม่เข้าใจว่าธุรกิจประเภทนี้ทำอะไร และมีความสำคัญอย่างไร อาจเกิดจากการให้คำจำกัดความที่ไม่ชัดเจนและคาบเกี่ยวกับธุรกิจอื่น อย่างเช่น Custom Broker และ Shipping  เป็นต้น
     Freight Forwarder ก็คือ ธุรกิจบริการประเภทหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นธุระแทนผู้ส่งออกและผู้นำเข้า ในเรื่องตั้งแต่การจองระวางเรือ การบรรจุสินค้า การขนส่ง การดำเนินพิธีการขาเข้า และขาออก  การจัดการเกี่ยวกับเอกสารส่งออกและนำเข้า เป็นต้น กล่าวโดยสรุป Freight Forwarder ก็คือ บริษัทที่ให้บริการแก่ลูกค้าที่มากกว่าการผ่านพิธีการศุลกากร ซึ่งบทบาทของ Freight Forwarder ในการส่งออกนั้นจะมีดังนี้
       1. ทำการเลือกและนำเสนอเส้นทางการขนส่ง รูปแบบการขนส่ง และยานพาหนะที่เหมาะสมและดีที่สุดให้กับลูกค้า หรือผู้ส่งออก ดีที่สุดคือ ต้องเป็นรูปแบบที่ทำให้สินค้าถึงผู้รับโดยปลอดภัยและรวดเร็ว รวมทั้งเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด
       2. ทำการจองระวางกับผู้ขนส่งให้แก่ลูกค้า
       3. รับสินค้าจากลูกค้าและทำการบรรจุสินค้า ในระหว่างนี้จะต้องมีการจัดเตรียมเอกสารเพื่อใช้ในการดำเนินพิธีการศุลกากร พร้อมทั้งเอกสารอื่นๆ เช่น หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า เป็นต้น
       4. ทำการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือ พร้อมทั้งดำเนินพิธีการศุลกากรขาออก และส่งมอบสินค้าให้กับผู้ขนส่ง
       5. ชำระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องรวมทั้งค่าระวางแทนผู้ส่งออกไปก่อน
       6. รับใบตราส่งสินค้าที่มีการเซ็นต์และประทับตราเรียบร้อยแล้วจากผู้ขนส่งและส่งมอบให้กับลูกค้า
       7. ติดตามการเดินทางของสินค้าจนกว่าจะถึงมือผู้รับสินค้าปลายทาง
     และบทบาทในการนำเข้า ได้แก่
       1. ติดตามการเดินทางของสินค้าแทนลูกค้า พร้อมกับแจ้งให้ลูกค้าทราบ
       2. รับและตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวกับการขนส่ง
       3. รับสินค้าจากผู้ขนส่งและจ่ายค่าระวางแทนลูกค้าไปก่อน
       4. ดำเนินพิธีการศุลกากรขาเข้า ชำระค่าภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ
       5. ส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้า
     ในระหว่างการขนส่งนั้น อาจเกิดกรณีที่สินค้าเกิดความเสียหายหรือสูญหาย ดังนั้นก็ถือเป็นหน้าที่ของ Freight Forwarder ในการที่จะต้องทำการเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ขนส่งให้แก่ลูกค้าด้วย นอกจากนี้ในการส่งออกและนำเข้าสินค้านั้น Freight Forwarder จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในรูปแบบและเงื่อนไขในพิธีการชำระเงินระหว่างประเทศด้วย รวมทั้งกฎระเบียบต่างๆ ที่บังคับใช้ในการส่งสินค้าในประเทศที่ส่งออกและในประเทศที่นำเข้า รวมทั้งประเทศต่างๆ ที่ผ่านแดน เพราะแต่ละประเทศอาจจะมีข้อบังคับที่แตกต่างกัน เพื่อความสะดวกในการจัดเตรียมเอกสาร
     จะเห็นได้ว่าภายใต้การค้าระหว่างประเทศนั้นจะต้องติดต่อกับบุคคลและหน่วยงานหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ขนส่ง เจ้าหน้าที่ศุลกากร และหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งมีกระบวนการซับซ้อนและยุ่งยาก ฉะนั้นผู้ส่งออกเองจึงหันมาใช้บริการ Freight Forwarder เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการส่งออกนั้นเอง
     ปัจจุบันผู้ให้บริการโลจิสติกส์และ Freight Forwarder ก็มีให้ผู้ส่งออกเลือกใช้บริการอยู่มากมาย แต่จำนวนผู้ส่งออกหรือผู้นำเข้ามีไม่มากนัก ซึ่งปัจจัยที่มีส่วนในการตัดสินใจเลือกของลูกค้าก็คือ ความมั่นใจในชื่อเสียงของบริษัท Freight Forwarder ความพอใจในการให้บริการ หรืออาจจะเป็นเรื่องของผลประโยชน์ต่างตอบแทนกัน ซึ่งถือว่ามีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้นในธุรกิจประเภทนี้ ฉะนั้น Freight Forwarder รายใดที่ไม่มีความพร้อม และปรับตัวไม่ทันอาจเสียโอกาสทางการแข่งขันได้ ทำให้ Freight Forwarder หลายรายเร่งพัฒนาประสิทธิภาพเพื่อยกระดับการให้บริการพร้อมพัฒนาระบบเทคโนโลยี รวมทั้งสร้างเครือข่ายทางธุรกิจกับ
    ผู้ให้บริการรายอื่นรวมทั้งมีการพัฒนาคุณภาพของตัวเอง เพื่อสร้างจุดแต่งต่างและเพิ่มประสิทธิภาพทางการแข่งขัน
    เมื่อต้องมีการแข่งขันกัน บริษัท Freight Forwarder ต่างก็มีการปรับกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อจูงใจลูกค้าให้เรียกใช้บริการ หรือทำอย่างไรให้ลูกค้าประทับใจ แล้วเกิดการเรียกใช้ซ้ำ ดังนั้นในส่วนของการให้บริการ Freight Forwarder อาจต้องมีการพัฒนาคุณภาพในการให้บริการเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยผู้เขียนจะขอนำเสนอเป็นส่วนๆ ดังต่อไปนี้
      1. บริษัท Freight Forwarder เองควร พัฒนาตัวเองให้มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการแสดงถึงการบริการที่มีคุณภาพ การตรงต่อเวลา และความเป็นมืออาชีพเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้า นอกจากนี้ควรมีการให้บริการลูกค้าได้แบบครบวงจร สามารถช่วยลูกค้าประหยัดต้นทุนในการขนส่งด้วยบริการที่หลากหลาย และควรมีการพัฒนาอบรมพนักงานอยู่ตลอดเวลา เพื่อสร้างความมั่นใจได้ในการใช้บริการแก่ลูกค้าทั้งการส่งออกและนำเข้า รวมถึงบริการด้านโลจิสติกส์อื่นๆ
      2. Freight Forwarder ควรจะมีเครือข่ายที่กว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อที่จะสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้มากที่สุด โดยมีการให้บริการที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางรวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มของการให้บริการ (Value-Added) กับผู้นำเข้า-ส่งออก
      3. Freight Forwarder ควรมีความมั่นคงด้านการเงินเพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับลูกค้าโดยมีการให้เครดิตเทอมกับลูกค้าโดยการกำหนดอัตราผลกำไรต่อต้นทุนที่แน่นอนและเป็นมาตรฐานต่อการดำเนินงานของธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และควรมีเงินหมุนเวียนมากพอสมควร เนื่องจากค่าใช้จ่ายบางอย่าง ทางบริษัทจะต้องมีการสำรองจ่ายให้กับลูกค้าไปก่อน อย่างเช่น ค่าระวางเรือ  ค่าใช้จ่ายที่ท่าเรือ และค่าเอกสารบางอย่าง เป็นต้น
      4. Freight Forwarder ควรมีการพัฒนาตัวเองให้เป็นแบบ One Stop Service คือมีการบริการให้คำปรึกษาในด้านการนำเข้าส่งออกรวมถึงการบริการด้านข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และอาจมีการรวมกลุ่มกันในส่วนที่เป็นกิจกรรมหลัก ได้แก่ การดำเนินการด้านศุลกากร การขนส่ง การบริหารสินค้าคงคลัง การบริหารข้อมูล การสั่งซื้อ และกิจกรรมเสริม เช่น การดูแลสินค้า การบรรจุหีบห่อ การบริหารความต้องการของลูกค้า เป็นต้น
      5. Freight Forwarder ควรมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับลักษณะงานของลูกค้าในประเทศนั้นๆ เช่น Tracking System ผู้ประกอบการไทยยังนำมาใช้อยู่ในวงจำกัดเมื่อเทียบกับบริษัทต่างชาติ อาจเกิดจากปัญหาด้านเงินทุน และเทคโนโลยีที่ต้องใช้ร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการแต่ละรายเอง ฉะนั้นหากมีการพัฒนาในส่วนเทคโนโลยีส่วนนี้ได้ ถือว่าจะเป็นส่วนที่ช่วยสร้างความพอใจให้ลูกค้าและสามารถเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันอีกด้วย
      6. Freight Forwarder ควรมีจัดโครงการเสริมความรู้ให้แก่ลูกค้า เป็นโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่มีอยู่ในองค์กรของเราให้กับลูกค้าที่เป็น Freight Forwarders และเป็นพันธมิตรของกลุ่ม โดยจัดให้มีการสัมมนาในหัวข้อต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับลูกค้าและพันธมิตรเพื่อประโยชน์ทั้งในส่วนของลูกค้าและเพื่อสร้างความเข้มแข็งของกลุ่ม Freight Forwarders ด้วยกันเอง
    การปรับตัว-พัฒนาคุณภาพของผู้ให้บริการ จะช่วยยกระดับขีดความสามารถให้กับผู้ส่งออกให้สามารถแข่งขันกับต่างชาติได้นั้น ผู้ให้บริการ Freight Forwarder ต้องพยายามปรับปรุงวิธีการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดต้นทุนให้ต่ำที่สุด ขณะที่คุณภาพยังคงเดิม เพื่อตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจของลูกค้า การจัดการด้านโลจิสติกส์และการบริหารโซ่อุปทานจึงกลายมาเป็นกลยุทธ์หลักในการสร้างสมรรถนะด้านการแข่งขันที่มีอยู่ในปัจจุบัน หาก Freight Forwarder สามารถตอบโจทย์ภายใต้ความต้องการของลูกค้าได้มากที่สุดก็จะอาจทำให้เป็นผู้ชนะในเวทีการแข่งขันนั่นเอง

เอกสารอ้างอิง
   [1] ธนิต  โสรัตน์. บทบาทของ Multimodal Transport Operator (MTO) ที่มีต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย. [ออนไลน์]. สืบค้นจาก : http://www.businessthailand.org/warehouse-distribution-logistic/transportation/301-multimodal-transport-operator-mto-effect-to-thailand-economic.  (วันที่ค้นข้อมูล : 14 กรกฏาคม 2553).
   [2] ปาหนัน ลิ้ม.  ฮับ “โลจิสติกส์ทางทะเล” ยังอีกไกล - ท่าเรือเร่งพัฒนา. [ออนไลน์]. สืบค้นจาก : http://www.supplychainclinic.com/content/view/112/15/.  (วันที่ค้นข้อมูล : 12 กรกฏาคม 2553).
   [3] สุพจน์  ชววิวรรธน์.  ธุรกิจผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ. [ออนไลน์]. สืบค้นจาก : http://ethaitrade.com/2008/logistics/freight-forwarder-business/.  (วันที่ค้นข้อมูล : 10 กรกฏาคม 2553).
   [4] สุพจน์  ชววิวรรธน์.  มุมมองของ Freight Forwarder ที่คุณอาจจะยังไม่รู้. [ออนไลน์]. สืบค้นจาก : http://ethaitrade.com/2008/logistics/freight-forwarder-secret/.  (วันที่ค้นข้อมูล : 12 กรกฏาคม 2553).


เอกสารเผยแพร่โดย www.logisticscorner.com

จำนวนผู้ชม 10630 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ