พุธ, 29 มี.ค. 2017
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 145 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ลดต้นทุนค่าขนส่งด้วยแนวคิด Full Truck Load (FTL) การขนส่งตรงแบบเต็มตู้
User Rating: / 9
แย่ดีที่สุด 
วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2010 เวลา 23:11 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

โดย ปรานิสา ศรีเข็ม
สาขาการจัดการโลจิสติกส์
บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

    Full Truck Load (FTL) หรือ การขนส่งตรงแบบเต็มตู้ เป็นแนวคิดหรือกลยุทธ์ที่นำมาใช้ลดต้นทุนการขนส่งสินค้าไปต่างประเทศได้
    วิธีนี้นั้นมีมานานแล้ว แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเพราะทำได้ยาก และมิใช่ว่าต้องการใช้แนวคิดนี้ แล้วจะทำได้ทันทีทันใด หากจะต้องมีการวางแผนเป็นลำดับขั้นตอน และต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภายในองค์กรเป็นอย่างดี ซึ่งในบางครั้งต้องมีการขอความร่วมมือจากลูกค้าด้วย  อีกทั้งต้องมีการวัดผล การควบคุมขบวนการอย่างเป็นรูปธรรมแบบต่อเนื่อง ซึ่งในบทความนี้จะนำเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ, ผลประโยชน์ในการช่วยให้ลดต้นทุนขนส่งสินค้าได้ รวมถึงอุปสรรคต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในการทำ FTL นี้
    หนึ่งในเป้าหมายการทำธุรกิจนั้นก็คือ การส่งสินค้าให้ทันเวลา ถูกต้องทั้งจำนวนและคุณภาพ ซึ่งหลายท่านคงไม่ปฏิเสธว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งปัจจุปันนอกจากการวัดผลของคุณภาพสินค้าแล้ว ยังวัดเรื่องคุณภาพของการส่งมอบทันเวลาด้วย เราเรียกวิธีวัดนี้ เรียกว่า On  Time Delivery Measurement  หรือ OTDM การส่งทันเวลานั้นหมายถึงการที่ไม่ส่งสินค้าก่อน หรือหลังวันที่ลูกค้ากำหนด จึงทำให้ฝ่ายLogistic หรือหัวหน้าองค์กร ต้องวางแผนด้าน Logistic และ Supply Chain กันอย่างมาก และมีการตั้งเป้าหมายประจำปีขององค์กรไว้ โดยให้มุ่งเน้นในการส่งสินค้าให้ลูกค้าทันเวลามากขึ้น เช่น จากที่เคยตั้งเป้าไว้ 90% อาจเพิ่มเป็น 95% หรือ 99% หรือ100% เลยก็มี เพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจมากขึ้นและเป็นการคาดหวังในการต่อยอดทางธุรกิจต่อไป ซึ่งในบางครั้งการมุ่งเน้นเรื่อง On Time Delivery (OTD) มากจนเกินไป อาจทำให้เกิดความผิดพลาดด้านคุณภาพของสินค้าที่ส่งได้ หรือ ทำให้เกิดต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้นได้ ซึ่งในบางครั้งบางเหตุผล อาจมีความไม่เป็นธรรมกับผู้ขายอยู่บ้าง เช่น การที่ลูกค้าเร่งให้ผู้ขายส่งสินค้าก่อนเวลานำ(Lead Time) ที่ได้ทำข้อตกลงกันไว้ตอนเริ่มทำธุรกิจด้วยกัน หรืออีกกรณีหนึ่ง ลูกค้ามีพื้นที่การเก็บสินค้าคงคลังน้อยลงและมีการลดมูลค่าสินค้าคงคลังให้น้อยลง และบางครั้งลูกค้าอาจมีความผิดพลาดทางการคาดคะเนการขาย ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวนั้น เป็นสิ่งที่นำไปสู่การเร่งรัดหรือขอร้องให้ผู้ขายส่งสินค้าแบบทยอย หรือ ไม่เต็มตู้ ตลอดจนการส่งแบบเร่งด่วน โดยเพิ่มการส่งให้มีความถี่หรือบ่อยมากขึ้น สุดท้ายพอช่วงสรุปงบรายเดือนรายปี ของบริษัทผู้ขาย Logistic Top Management บางรายเห็นสรุปต้นทุนค่าขนส่ง หรือ Freight Cost บางรายถึงกับนั่งกุมขมับก็มี 
     อย่างไรก็ตาม การทำธุรกิจนอกจากการมุ่งเน้นให้ลูกค้าพึงพอใจนั้นถูกต้องแล้ว แต่สิ่งที่มุ่งเน้นอีกเรื่องที่สำคัญมากกว่าก็คือ กำไร หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่ขาดทุน คงไม่มีใครทำธุรกิจหวังแต่การขาดทุนเป็นแน่ การส่งให้ทันเวลาแต่มีค่าใช้จ่ายที่เกินงบประมาณหรือต้องขาดทุนนั้น ก็เป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ของการทำธุรกิจเช่นกัน อีกทั้งในตลาดที่มีการแข่งขันที่สูงในปัจจุปัน กว่าจะชนะคู่แข่งมาได้ในแต่ละครั้ง ก็มีการกดต้นทุนกันแทบแย่แล้ว เมื่อเวลาผ่านไปสถานการณ์ต่างๆ ก็ยากที่จะคาดเดาลำบาก ค่าใช้จ่ายเรื่องขนส่งก็มีต้นทุนสูงขึ้นตลอดเวลา เพราะอิงกับราคาน้ำมัน และปัจจัยต่างๆ ที่ไม่สามารถคาดคะเนได้ หรือคาดคะเนได้แต่ก็มีความแกว่งสูง และอีกสิ่งที่มีความยากสำหรับผู้ขายสินค้าก็คือการไปขอขึ้นราคาค่าขนส่งกับลูกค้า ส่วนมากก็จะไม่ค่อยสำเร็จบ้าง, ได้รับการปฏิเสธจากการไม่รัดกุมในสัญญาซื้อบ้าง หรือลูกค้าก็ใช้วิธีดึงเวลาบ้าง
     เคยได้ยินคำกล่าวของผู้ที่ทำธุรกิจในบริษัทข้ามชาติรายใหญ่ชาวมาเลเซีย รายหนึ่งกล่าวว่า   “หากส่งสินค้าตรงเวลาเพื่อทำให้ลูกค้าพอใจ แต่ทำให้ธุรกิจต้องขาดทุน หรือสินค้าล๊อคนั้นขาดทุนเพราะค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ก็ควรไม่ส่งควรอยู่เฉยๆ ไม่ทำธุรกิจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า”
     จากที่กล่าวนำข้างต้น เชื่อว่าทุกองค์กรต้องหากลยุทธ์ต่าง ๆมาขับเคลื่อนให้ธุรกิจของตนเองมีต้นทุนการขนส่งที่ต่ำและคุ้มค่า และสามารถสร้างความพึงพอใจลูกค้าได้ด้วย

ข้อดี และข้อเสียของการขนส่งแบบขนส่งตรงแบบเต็มตู้ Full Truck Load (FTL)
     การจัดการการขนส่งมีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในด้านเวลาและด้านต้นทุน การออกแบบการขนส่งมีหลายทางเลือก เช่น การขนส่งแบบขนส่งตรง(Direct shipment) การขนส่งแบบรวบรวมและแบบรวมกระจายสินค้า (Milk run) การขนส่งแบบนี้ใช้คลังสินค้าเป็นจุดผ่าน (Cross dock) การส่งสินค้าจากโรงงานเต็มคันรถ (Full truck load = FTL) ตรงไปให้ลูกค้าแต่ละราย โดยสินค้าจะไม่ผ่านคลังสินค้าหรือศูนย์กระจายสินค้าและไม่มีการเปลี่ยนถ่ายยานพาหนะระหว่างทาง การออกแบบการขนส่งตามขนาดลูกค้า ตามความหนาแน่นและระยะทาง ตามอุปสงค์และมูลค่าของผลิตภัณฑ์ ดังนี้

ข้อดีของการขนส่งตรงแบบเต็มตู้ คือ
    1.ไม่ต้องใช้คลังสินค้าหรือศูนย์กระจายสินค้าทำให้ไม่เสียเวลาและค่าใช้จ่าย
    2.รวดเร็ว การขนส่งตรงยานพาหนะไม่ต้องแวะส่งสินค้าจุดอื่นทำให้ใช้เวลาน้อย เอื้อต่อการใช้ระบบ Just in time (JIT)
    3.ระยะทางขนส่งสั้น  การขนส่งตรงสินค้าไม่ต้องผ่านศูนย์กระจายสินค้า ทำให้สามารถเลือกเส้นทางขนส่งที่สั้นได้
          
ข้อเสียของการขนส่งตรงแบบเต็มตู้
    คือ การขนส่งแบบการขนส่งตรงแบบเต็มตู้จะประหยัดหรือมีต้นทุนต่ำนั้นสินค้าจะต้องเต็มคันรถ ถ้าสินค้าไม่เต็มคันรถต้นทุนขนส่งก็จะสูง การออกแบบการขนส่งตรงยังจะต้องพิจารณา ความถี่ของการส่งมอบอีกด้วย ความถี่ของการขนส่งมีผลต่อการให้บริการลูกค้า การขนส่งตรงเต็มคันรถใช้ได้กับลูกค้ารายใหญ่ ลูกค้ารายใหญ่ขายสินค้าปริมาณมากในแต่ละวันซึ่งจะไม่กระทบต่อต้นทุนสินค้าคงคลัง ร้านค้าปลีกขนาดเล็กถ้าส่งมอบแบบเต็มคันรถจะมีสินค้าคงคลังมากซึ่งทำให้มีต้นทุนสินค้าคงคลังสูง
           
ข้อได้เปรียบและเสียเปรียบ
    ข้อได้เปรียบ
      1.รวดเร็ว(Speed) รถบรรทุกจัดได้ว่าเป็นบริการขนส่งที่รวดเร็ว ความรวดเร็วอยู่ที่ตัวพาหนะที่สามารถเดินทางด้วยความเร็ว รถบรรทุกขนสินค้าไม่มาก ดังนั้น จึงใช้เวลาน้อยในการรวบรวมสินค้าให้เต็มคัน (Full truck load : FTL) รวมทั้งการขนถ่ายสินค้าขึ้นรถและออกจากรถใช้เวลาน้อย
      2.เป็นบริการขนส่งจากที่ถึงที่(Door-to-Door Service) รถบรรทุกสามารถเดินทางไปตามถนนใหญ่หรือถนนเล็กหรือแม้แต่ไม่มีถนน หากไม่มีสิ่งกีดขวางหรือสิ่งที่เป็นอุปสรรคจนเกินความสามารถของรถบรรทุก รถบบทุกก็สามารถที่จะเดินทางไปสถานที่ต่างๆเพื่อบรรทุกและขนถ่ายสินค้าได้ดีกว่าการขนส่งรูปแบบอื่น
      3.เครือข่ายครอบคลุม(Extensive Road Network) รถบรรทุกสามารถเข้าถึงได้ทุกแห่งไม่ว่าจะเป็น ภูมิภาค จังหวัด อำเภอและหมู่บ้าน ขณะที่รูปแบบการขนส่งแบบอื่นๆมีเครือข่ายจำกัดจึงให้บริการจำกัดอยู่เฉพาะบางพื้นที่
      4.การแข่งขันสูง(High Competition) ตลาดรถบรรทุกจะมีการแข่งขันมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละประเทศ ประเทศที่มีนโยบายให้มีผู้ประกอบการมากรายและอนุญาตให้มีรถบรรทุกส่วนบุคคลการแข่งขันจะมีมาก ประเทศที่มีการควบคุมจำนวนผู้ประกอบการหรือไม่อนุญาตให้มีรถบรรทุกส่วนบุคคลการแข่งขันก็จะมีน้อย
      5.ความเสียหายน้อย(Low Damage) การขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกมีความรวดเร็ว สินค้าอยู่บนยานพาหนะระยะเวลาสั้น ประกอบกัยถนนได้มาตรฐานและยานพาหนะมีระบบกันสะเทือนดี จึงลดความเสียหายสินค้า ผู้รับสินค้าได้รับสินค้าในสภาพสมบูรณ์
      6.บรรทุกสินค้าปริมาณไม่มาก(Small Carrying Capacity) รถบรรทุกขนสินค้าได้น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งแบบอื่นๆ ทำให้ใช้เวลาน้อยในการรวบรวมและการส่งมอบสินค้ารวมทั้งขนถ่ายใช้เวลาน้อยสินค้าจึงถึงผู้รับเร็ว ซึ่งลดปริมาณสินค้าคงคลังของลูกค้าและเพิ่มระดับการบริการลูกค้า
      7.สามารถสนองความต้องการของลูกค้า(Meeting Customer Requirements) ผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกมีจำนวนมากและส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายย่อยทำให้สามารถดูแลลูกค้าแต่ละรายได้มาก ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยังคงให้บริการตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างมั่นคง
      8.ทำให้การขนส่งสมบูรณ์(Complete Transportation) การขนส่งรูปแบบอื่นไม่สามารถให้บริการแบบสมบูรณได้ เช่น รถไฟให้บริการขนส่งแบบสถานีถึงสถานี หรือเรือให้บริการขนส่งแบบจากท่าเรือถึงท่าเรือ รถบรรทุกจะเป็นตัวเชื่อมต่อกับรูปแบบการขนส่งอื่นๆและทำให้การขนส่งเกิดความสมบูรณ์

    ข้อเสียเปรียบ
      1.ค่าขนส่งแพง(High Cost) รถบรรทุกมีตันทุนสูงโดยเฉพาะ ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่นและค่าบำรุงรักษา ดังนั้น ค่าระวางรถบรรทุกจะสูงกว่าการขนส่งรูปแบบอื่น (ยกเว้นทางอากาศ) แต่รถบรรทุกสามารถให้บริการแบบจากที่ถึงที่จึงลดค่าใช้จ่ายการขนส่งซ้ำซ้อนและลดเวลาเดินทางของสินค้า
      2.บรรทุกสินค้าได้น้อย(Low Capacity) รถบรรทุกมีข้อจำกัดด้านความยาว ความสูงและน้ำหนักบรรทุกตามกฎหมาย รถบรรทุกจึงบรรทุกสินค้าสินค้าได้น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งด้วยรถไฟหรือเรือ ซึ่งในปัจจุบันก็ได้มีการพัฒนารถบรรทุกให้มีความสามารถในการบรรทุกได้มากขึ้น เช่น รถพ่วง
      3.อ่อนไหวต่อสภาพอากาศ(Weather Sensitive) ภูมิภาคที่มีหิมะตกปกคลุมถนนทำให้รถบรรทุกผ่านไปไม่ได้หรือต้องใช้ความเร็วต่ำหรือในภาวะมีภัยธรรมชาติทำให้ถนนถูกต้ดขาดรถบรรทุกวิ่งผ่านไม่ได้มีผลให้การส่งมอบสินค้าล่าช้าได้

ปัจจัยสำคัญในการขนส่ง
   ในการประกอบธุรกิจทางด้านการขนส่งนั้น จะมีองค์ประกอบที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก คือ เส้นทาง(Way or Route) รถยนต์ (Vehicle) อุปกรณ์ (Equipment) สถานี (Terminal) และยังมีองค์ประกอบอื่นๆที่จะต้องพิจารณาอีก เช่น ผู้ประกอบการ (Operator or Carrier) กฎระเบียบ

ข้อบังคับต่างๆ (Regulations) ที่ควรทราบในการทำ FTL
     1.เส้นทางในการขนส่ง(Way, Route) หมายถึง ถนน แม่น้ำ ทะเล ทางรถไฟและอากาศ ซึ่งจะเป็นเส้นทางที่ใช้เดินทางเพื่อการขนส่ง ซึ่งอาจจะเป็นเส้นทางบนอากาศหรือในทะเลมหาสมุทร นอกจากนี้เส้นทางในการขนส่งอาจจะเป็นเส้นทางที่มีการใช้อยู่เป็นประจำหรือเป็นครั้งคราวหรืออาจจะเป็นเส้นทางที่ถูกกำหนดขึ้นตามความต้องการก็ได้
     2.รถยนต์ในการขนส่ง(Vehicle) รถยนต์ในการขนส่งในที่นี้ หมายถึง รถยนต์ รถไฟ เรือ เครื่องบิน ในการขนส่งนี้ก็อาจจะแบ่งออกเป็นอุปกรณ์ในการเคลื่อนย้ายและอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารและอุปกรณ์เพื่อการส่งสินค้าและบริการหรืออาจจะเป็นอุปกรณ์เพื่อการขนส่งสิ่งใดสิ่งหนึ่งเฉพาะก็ได้
     3.อุปกรณ์ในการขนส่ง(Equipment) อุปกรณ์ที่ใช้อำนวยความสะดวกในการขนส่งในที่นี้ หมายถึง รถยก อุปกรณ์ขึ้นสินค้า อาจจะแบ่งออกเป็นอุปกรณ์ในการเคลื่อนย้ายและยกขนสินค้า
     4.สถานนีในการขนส่ง(Terminal) เป็นสถานที่ซึ่งใช้เป็นจุดสำหรับหยุดรับส่งผู้โดยสารหรือสินค้าและบริการสำหรับการขนส่งแต่ละประเภท ซึ่งอาจจะเป็นสถานีต้นทางหรือหรือระหว่างเส้นทางก็ได้ การเรียกชื่อสถานีในการขนส่งนี้ก็มีการเรียกที่แตกต่างกันออกไป เช่น ท่าอากาศยาน ใช้สำหรับการขนส่งทางอากาศ ท่าเรือ ใช้สำหรับการขนส่งทางน้ำ สถานีขนส่งผู้โดยสารและสถานีขนส่งสินค้าใช้สำหรับการขนส่งทางบก
     ปัจจัยหรือองค์ประกอบทั้ง 4 ประการ ถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับการขนส่งซึ่งจำเป็นต้องมีและจะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้เลย เช่น ถ้ามีเส้นทางและมีสถานีในการขนส่ง แต่ขาดอุปกรณ์ในการขนส่งก็ไม่สามารถที่จะดำเนินกิจกรรมต่างๆได้หรือมีสถานีในการขนส่งและอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมแต่ขาดเส้นทางสำหรับการขนส่ง ก็ไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ได้เช่นกัน ดังนั้นปัจจัยทั้ง 4 อย่างนี้ คือ เส้นทาง รถยนต์ อุปกรณ์และสถานีในการขนส่ง จึงเป็นสิ่งที่ถือได้ว่าจำเป็นและเป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับการขนส่งซึ่งจะขาดไม่ได้

การออกแบบการขนส่ง Transportation Design ซึ่งสามารถออกแบบได้ดังนี้
     การขนส่งตรง Direct Shipment คือ การส่งสินค้าจากโรงงานเต็มคันรถตรงไปให้ลูกค้าแต่ละราย โดยสินค้าจะไม่ผ่านคลังสินค้าหรือศูนย์กระจายสินค้าและไม่มีการเปลี่ยนถ่ายยานพาหนะระหว่างทาง ข้อดีการขนส่งตรง คือ ไม่ต้องใช้คลังสินค้า รวดเร็ว และระยะทางขนส่งสั้นขึ้น
     การขนส่งตรงแบบ Milk Runs เป็นวิธีการขนส่งเพื่อใช้ระวางยานพาหนะให้ได้ประโยชน์สูงสุดหรือเต็มคันรถ ประกอบด้วยการขนส่งตรงแบบรวบรวมสินค้าจากผู้ผลิตหลายรายไปให้ลูกค้ารายเดียว การขนส่งตรงจากโรงงานไปให้ลูกค้าหลายราย และขนส่งตรงแบบรวมสินค้า จากผู้ผลิตหลายรายไปให้ลูกค้าหลาย
     การขนส่งแบบใช้ศูนย์กระจายสินค้าเป็นจุดผ่าน Transportation with Cross Docking เป็นวิธีขนส่งที่ใช้ศูนย์กระจายสินค้าหรือคลังสินค้าเป็นจุดสินค้าเปลี่ยนถ่ายยานพาหนะ สินค้าที่มาจากหลายโรงงานจะขนลงจากรถบรรทุกแล้วคัดแยกและรวบรวมไปให้ลูกค้าโดยไม่มีการเก็บสินค้าที่ศูนย์กระจายสินค้า

ประโยชน์การขนส่งโดยใช้ Cross docking
     - ลดสินค้าคงคลัง
     - ลดค่าใช้จ่ายเก็บรักษาสินค้า
     - ลดค่ายกขนสินค้า
     - สินค้าเคลื่อนไหวเร็ว

12 กิจกรรมหลัก ๆ ในการทำ FTL
      1.งานรับสินค้า (Goods Receipt)
          งานรับสินค้าเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่จะต้องปฏิบัติในขณะที่สินค้าได้ส่งเข้ามายังคลังสินค้าเพื่อการจัดเก็บรักษา การดำเนินกรรมวิธีในการแรกรับต่อสินค้าที่ถูกส่งเข้ามานั้นอย่างทันทีทันใดและถูกต้องแน่นอนย่อมมีความสำคัญต่อการดำเนินงานคลังสินค้าที่มีประสิทธิผลและ การเก็บรักษาเบื้องต้น รายละเอียดของการปฏิบัติงานรับสินค้าย่อมผิดแปลกกันออกไป โดยขึ้น อยู่ กับแบบสินค้า และแบบของสิ่งอำนวยความสะดวกในการเก็บรักษา สินค้าอาจได้รับเข้ามาจาก แหล่งต่างกัน การขนส่งสินค้ามายังคลังสินค้าอาจกระทำด้วยยานพาหนะที่แตกต่างกัน ด้วยภาชนะ บรรจุหีบห่อที่มีลักษณะแตกต่างกัน สิ่งเหล่านี้ย่อมมีผลทำให้รายละเอียดในการปฏิบัติงานรับสินค้าแตกต่าง กันออกไปด้วย การจัดทำเอกสารในการรับสินค้า และการดำเนินกรรมวิธีแรกรับที่รวดเร็ว และถูกต้องย่อมมีความสำคัญและเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับกิจการคลังสินค้าที่มีประสิทธิผล
      2.การตรวจพิสูจน์ทราบ (Identify goods)
          เพื่อรับรองความถูกต้องในเรื่องของ ชื่อ แบบ หมายเลข หรือข้อมูลอื่นๆ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของสินค้า รายการนั้น ความจำเป็นในเรื่องเหล่านี้อาจไม่เหมือนกันกับคลังสินค้าแต่ละประเภท ทั้งนี้ยังรวมถึงการตรวจสภาพ ซึ่งหมายถึงการตรวจสภาพ จำนวน และคุณสมบัติของสินค้าที่จะได้รับเข้ามานั้นว่าถูกต้องตรงตามเอกสารการส่งหรือไม่
      3.การตรวจแยกประเภท (Sorting goods)
         ในสินค้าหรือวัสดุบางอย่างอาจมีความจำเป็นต้องแยกประเภทเพื่อความสะดวกในการเก็บรักษาเช่น เป็นของดี ของชำรุด ของเก่า ของใหม่ ซึ่งต้องแยกออกจากกันในการเก็บรักษาคลังสินค้า
      4.งานจัดเก็บสินค้า (Put away)
          การขนย้ายสินค้าจากพื้นที่รับสินค้าเข้าไปยังตำแหน่งเก็บที่ได้ไว้กำหนดไว้ล่วงหน้า และจัดวางสินค้านั้นไว้อย่างเป็นระเบียบรวมทั้งการบันทึกเอกสารเก็บรักษาที่เกี่ยวข้องเช่น บัตรตำแหน่งเก็บ ป้ายประจำกอง และปัจจุบันมีการใช้ระบบรหัสแท่งรวมถึงระบบ RFID เป็นต้น ก่อนที่จะจัดวางสินค้าลงไปในที่เก็บอาจจำเป็นต้องจัดแจงสินค้านั้นให้เหมาะสม เพื่อให้สามารถจัดเก็บอย่างมั่นคงเป็นระเบียบ และประหยัดเนื้อที่เวลาแรงงาน และง่ายแก่การดูแลรักษาและ การนำออกเพื่อการจัดส่งออกในโอกาสต่อไป เช่น การบรรจุหีบห่อใหม่ให้ได้มาตรฐาน เป็นต้น ปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งคือการพิจารณาตกลงใจซื้อเครื่องมือยกขนที่เหมาะสมกับลักษณะของ สินค้าและระยะที่ต้องเคลื่อนย้ายสินค้าเข้าสู่ตำแหน่งเก็บซึ่งมีหลักพิจารณาว่า รถยกขนสำหรับ การเคลื่อนย้ายสินค้าได้หรือไม่
      5.งานดูแลรักษาสินค้า (Holding goods)
          หลังจากที่ได้จัดเก็บสินค้าในพื้นที่เก็บรักษาของคลังสินค้า จะต้องเอามาตรการต่างๆของการดูแลรักษามาใช้ เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าที่เก็บรักษาอยู่ในคลังสินค้าเกิดความเสียหายสูญหายหรือเสื่อมคุณภาพ อันเป็นภาระรับผิดชอบที่สำคัญของผู้เก็บรักษา สินค้านี้ต้องได้รับการป้องกันจากการถูกขโมย ป้องกันจากสภาพอากาศ งานดูแลรักษาสินค้าอาจประกอบด้วยงานย่อยต่างๆ เช่น
               (1) การตรวจสภาพ การตรวจอย่างระเอียดตามระยะเวลา ตามลักษณะเฉพาะของสินค้าแต่ละประเภท แต่ละชนิด ซึ่งมีการเสื่อมสภาพตามเวลาในการเก็บรักษาที่แตกต่างกัน เป็นสินค้าเสียง่ายต้องได้รับการตรวจบ่อยกว่าสินค้าที่เสียยาก
               (2) การถนอม สินค้าบางประเภทย่อมต้องการถนอมตามระยะเวลา
               (3) การตรวจสอบ หมายถึงการตรวจตรานับสินค้าในที่เก็บรักษาเพื่อสอบยอดกับบัญชีคลุมในคลังสินค้าไม่น้อยกว่าปีละ 2 ครั้ง ซึ่งต้องแจ้งให้ผู้ฝากและเจ้าหนี้ของผู้ฝากคือผู้รับจำนำสินค้าไม่ทราบด้วยเพื่อจะได้เข้ามาร่วมในการตรวจสอบหากเขาต้องการ
      6.งานจัดส่งสินค้า (Dispatch goods)
          การจัดส่งหรือการจ่ายสินค้าให้แก่ผู้รับหรือการคืนสินค้าให้แก่ผู้ฝากหรือผู้มีสิทธิในการรับสินค้าคืนสำหรับกรณีคลังสินค้าสาธารณะ ในระบบการบริหารพัสดุนั้นการเก็บรักษาในคลังวัสดุมีจุดม่งหมาย ในที่สุดคือการจ่ายพัสดุให้แก่ผู้รับในสภาพที่พร้อมสำหรับการนำไปใช้ในการจัดส่งเป็นสิ่งสำคัญ เพราะขบวนการเก็บรักษาทั้งปวงที่ได้กระทำมาก็เพื่อให้การจัดส่งสามารถให้กระทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและความต้องการของผู้ใช้ ความล้มเหลวในการบริหารของพัสดุนั้นจะยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้ การจัดส่งให้แก่ผู้ใช้ไม่ทันเวลาตามความต้องการ
      7.การนำออกจากที่เก็บ (Picking)
          การนำสินค้าออกจากที่เก็บเพื่อการจัดส่ง เป็นการเลือกเอาสินค้าจากพื้นที่ต่างๆ ในคลังเก็บสินค้ามารวมกันไว้ ยังพื้นที่จัดส่งเพื่อการตรวจสอบความถูกต้อง และพิสูจน์ให้แน่นอนว่าเป็น ไปตามหลักฐานการสั่งจ่าย หรือตามความต้องการของผู้รับ หรือตามละจุดหมายปลายทางที่จะส่งการเลือกหยิบสินค้า
      8.การจัดส่ง (Shipping)
         ประกอบด้วยการตรวจสอบคำสั่งซื้อที่จะส่งไป การปรับปรุงรายงานสินค้าคงคลัง การแยกประเภทสินค้า และการจัดบรรจุภัณฑ์ตามคำสั่งซื้อ ซึ่งสินค้าจะถูกจัดเก็บในกล่อง หีบห่อ พาเลทหรือตู้คอนเทนเนอร์ และมีการติดสลาก ระบบบาร์โค้ด การบันทึกข้อมูลเพื่อเตรียมส่งสินค้าออกจากคลัง
      9.การส่งสินค้าผ่านคลัง (Cross docking)
         เป็นการส่งสินค้าผ่านระหว่างจุดที่รับสินค้าเข้าและจุดที่ส่งสินค้าออก โดยไม่ต้องนำสินค้าเข้าไปเก็บในคลังสินค้า การส่งสินค้าผ่านคลังใช้กันอย่างแพร่หลายในกลุ่มผู้ค้าปลีก ซึ่งเป็นการรวบรวมผลิตภัณฑ์จากผู้ค้าส่งหลายรายเข้าด้วยกันเพื่อจัดส่งให้กับร้านค้าย่อยต่อไป โดยทั่วไปนิยมใช้ใน การดำเนินงาน เนื่องจากผลกระทบต่อต้นทุนและการให้บริการลูกค้า ตัวอย่างเช่น ประมาณ 75% ของการกระจายสินค้าประเภทอาหารจะใช้การส่งสินค้าผ่านคลัง โดยที่เมื่อรับสินค้าจากซัพพลายเออร์แล้วจะเตรียมส่งต่อไปร้านค้าปลีกทันที โดยไม่ต้องมีการนำสินค้าเข้าเก็บในคลังแต่อย่างใด การส่งผ่านคลังจะช่วยลดเวลาและต้นทุนในการนำสินค้าเข้าเก็บในคลัง และทำให้ระดับการให้ บริการลูกค้าสูงขึ้น
      10.แผนกวางแผนการจัดส่งให้มีขนาดการผลิตที่ประหยัด: Economies of Scale
           โดยทั่วไปผู้คนจะคุ้นเคยกับขนาดการผลิตที่ประหยัดในอุตสาหกรรมการผลิต นั่นคือ โรงงานขนาดใหญ่และมีกำลังการผลิตมากต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสินค้าลดลงปริมาณการผลิต ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยจะบรรลุจุดที่ต้นทุนต่ำสุด ณ ระดับการผลิตหนึ่ง ขนาดการผลิตที่ประหยัดในอุตสาหกรรมเกิดจาก 2 ปัจจัย คือ ขนาดของยานพาหนะ และจำนวนยานพาหนะ
      11.แผนกลูกค้าสัมพันธ์ และ การ กำหนด KPI และวัดผลการให้บริการบริษัทขนส่ง
            KPI เป็นดัชนีวัดในการให้บริการของบริษัทขนส่งที่เลือกใช้ ว่ามีความตรงต่อเวลาหรือไม่ หากไม่ มีการวางแผนการปรับปรุงอย่างไร และอะไรคือสาเหตุ อีกทั้งผู้บริหารจะต้องวัดผลของต้นทุนอยู่อย่างสม่ำเสมอ ว่าในการเปลี่ยนมาใช้ FTL แล้ว มีการประหยัดต้นทุนได้จริง 
 

ตัวอย่าง Checklist ในการประเมินผลงานของบริษัทขนส่ง

 

    อีกส่วนคือฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ การทำFTL นั้น บางครั้งลูกค้าไม่ค่อยได้รับความสะดวก ในกรณีเร่งด่วน ถ้ามีความเร่งด่วนต้องตกลงกันให้ชัดว่าผู้ใดจะเป็นรับผิดชอบค่าขนส่งส่วนต่างที่อาจเกิดขึ้นได้
        12.การจัดการส่วนของLogistic Project Improvement ให้ชัดเจน ในส่วนนี้มีความสำคัญมากเนื่องจากการทำ Operation ตาม 11 กระบวนการที่กล่าวมาแล้ว ฝ่ายนี้จะทำหน้าที่วิเคราะห์ในปัจจัยต่าง ๆ เสมอทั้งภายในและภายนอก เพื่อหาจุดที่เหมาะสมกับสภาวะของธุรกิจ นำเสนอให้ผู้บริหาร ตลอดจนเป็นฝ่ายกลยุทธ์ที่สำคุญอีกฝ่ายหนึ่งด้วย

หลักการขนส่ง
     นอกจากต้องให้บรรลุภาวะขนาดการผลิตที่ประหยัดและระยะทางแล้วยังต้องให้ลูกค้าพึงพอใจด้วย สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า มีความรวดเร็ว ตรงต่อเวลา สินค้าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ครบถ้วน รวมทั้งส่งมอบตามเวลาที่ต้องการผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนส่ง
     ผู้ส่งของ Shipper or Consignor อุปสงค์บริการขนส่งเป็นผลมาจากความต้องการสินค้า อุปสงค์สินค้า (demand) จึงทำให้มีการขนส่งจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่ นั่นคือ จากต้นทาง ไปยังปลายทาง
     ผู้รับของ Consignee สินค้าที่ขนส่งมีปลายทางคือผู้รับ ผู้รับสินค้าอาจถูกมองข้ามทั้งที่ผู้รับสินค้าเป็นผู้ทำให้เกิดอุปสงค์ขนส่ง สินค้าจะขายได้มากน้อย ณ สถานที่ใดที่หนึ่งขึ้นอยู่กับการขนส่ง
     ผู้รับขน Carrier ผู้รับขนคือผู้ให้บริการขนส่ง ผู้รับขนประกอบด้วย ผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุก รถไฟ เครื่องบิน เรือ และทางท่อ ผู้รับขนมีหน้าที่จัดการขนส่งตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งผู้รับขนส่งมีเป้าหมายดังนี้
         1. ใช้ประโยชน์ระวางยานพาหนะสูงสุด Optimal Load Utilization ระวางยานพาหนะไม่สามารถเก็บไว้ใช้ได้ สินค้ายังไม่ได้ขายสามารถที่จะเก็บไว้ เพื่อขายในวันหน้า
         2. มีต้นทุนต่ำสุด Minimum Cost ต้นทุนประกอบการขนส่งเป็นตัวกำหนดความสามารถในการแข่งขัน ยานพาหนะเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญของอุตสาหกรรมการขนส่ง
         3. มีกำไรสูงสุด Profit Maximization กำไรที่ยั่งยืนเกิดจากการจัดการที่มีประสิทธิภาพโดยใช้ทรัพยากรบริษัทให้ได้ประโยชน์สูงสุด ลดความสูญเสียต่างๆ และให้บริการลูกค้าที่พึงพอใจ

ตัวอย่าง การคำนวนต้นทุนที่ประหยัดขึ้นในการทำ FTL

 

     แนวคิดเกี่ยวกับ Full Truckload นั้นนอกจากใช้ในการออกแบบการส่งสินค้าเพื่อประหยัดต้นทุนส่งสินค้าได้แล้วนั้น ยังสามารถนำมาใช้กับการขนส่งวัตถุดิบเข้ามาในโรงงานโดยดำเนินการจัดส่งรถไปรับชิ้นส่วนจากผู้ผลิตชิ้นส่วนหลายรายแล้วนำมาส่งที่โรงงงาน เรียกว่า ระบบ Milk Run ซึ่งมีกระบวนการออกแบบ กล่องพลาสติก พาเลท และสตีลแร็ค ใช้หมุนเวียนและส่งคืนในช่วงรถขากลับ ซึ่งวัตถุประสงค์มุ่งเน้นคล้ายกับการส่งสินค้าให้ลูกค้า
     ในยุคแห่งการแข่งขันที่มีการขับเคี่ยวภายใต้ปัจจัยความผันผวน จึงผลักดันให้องค์กรต้องตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ธุรกิจมีการพัฒนาปรับปรุงกระบวนการเพื่อเชื่อมโยงกิจกรรมตั้งแต่การวางแผน การจัดหาวัตถุดิบ การบริหารสินค้าคงคลัง การผลิต การขนถ่าย การบริหารสินค้าคงคลัง การจัดเก็บ การหีบห่อ การจัดส่ง และการกระจายสินค้าไปยังลูกค้า ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงกิจกรรมทั้งภายในกับคู่ค้า เพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ หรือกล่าวได้ว่าผลตอบแทนจากผลการดำเนินงานเกิดขึ้นจากการส่งมอบสินค้าได้ตรงตามความต้องการลูกค้าและกำลังพัฒนาเป็นสู่ Green Logistic เพื่อลด CO2   ที่เกิดจากการขนส่งอีกด้วย


เอกสารอ้างอิง
  [1] โกศล ศีลธรรม, บทความการจัดส่งแบบ Milk Run สนันสนุนการผลิต- ส่งมอบ, นิตยสาร Logistic Digest, ฉบับที่ 57 ประจำเดือนธันวาคม 2009
  [2] การประชุมสัมมนารายปี Logistic Asia Pacific Schneider Electric Ltd ที่ประเทศสิงคโปร์, หัวข้อ “Logistic Strategies and Priorities 2011, วันที่ 14-16 เดือนกรกฎาคม 2010
  [3] ข้อมูล FTL Proposal TNT Express Worldwide (Thailand) Co., Ltd and Business Case Study STL Co.,Ltd.


เผยแพร่โดย logisticscorner, 28 พ.ย. 2553


จำนวนผู้ชม 33924 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ