อาทิตย์, 30 เม.ย. 2017
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 138 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
การปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดหาพัสดุโดยใช้แบบจำลองสถานการณ์ กรณีศึกษาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
User Rating: / 8
แย่ดีที่สุด 
วันจันทร์ที่ 08 มิถุนายน 2009 เวลา 13:33 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

โดย  ดร. ธนัญญา วสุศรี (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี) และ 
นายสรวิศ รัตนพิไชย
บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม
สาขาการจัดการโลจิสติกส์ (รุ่น 5) 
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

 

1. บทนำ
          ปัจจุบันไฟฟ้ามีบทบาทอันสำคัญยิ่งต่อความเจริญก้าวหน้าในทุกๆ ด้านของประเทศ เพราะไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการดำเนินกิจกรรมทุกประเภท ดังนั้นปริมาณใช้ไฟฟ้าของประเทศจึงมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ จากข้อมูลปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศพบว่าในปี 2550 มีปริมาณสูงถึง 132,492.12 GWH เพิ่มขึ้นจากเมื่อ 20 ปีที่แล้วคิดเป็น 371.33%
          หน่วยงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจซึ่งมีภารกิจหลักในการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าครอบคลุมทั่วประเทศ 73 จังหวัด โดยมีจำนวนผู้ใช้ไฟฟ้ากว่า 14ล้านราย และ ยิ่งมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นทุกที ดังนั้นเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการในการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นมาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจึงได้ตั้งงบประมาณลงทุนประจำปีเพื่อรองรับแผนงานตามโครงการต่างๆ และทำการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุอุปกรณ์สำหรับงานโครงการต่างๆ เป็นวงเงินมากกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี
          ในการจัดซื้อจัดหาของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนั้น จะดำเนินการจัดหาภายใต้กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และมติต่างๆ เช่นข้อบังคับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าด้วยการซื้อ และจ้าง พ.ศ.2543 มติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2549 ซึ่งประกาศบังคับใช้กับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2549 เป็นต้นมา จากการปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ ดังกล่าวมานั้น ทำให้เกิดการดำเนินการมากมายหลายขั้นตอน อีกทั้งยังต้องติดต่อกับหน่วยงานทั้งภายใน และภายนอกการ ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหลายหน่วยงานด้วยกันทำให้ระยะเวลาเวลาดำเนินการจัดซื้อจัดหารวม (Total Purchasing Cycle Time) ยาวนานประมาณ 7 ถึง 8 เดือน ส่งผลทำให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีมูลค่าพัสดุ  คงคลังเฉลี่ยต่อปีมากกว่า 6,000 ล้านบาทต่อปี ดังนั้นหากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสามารถปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดหาให้มีระยะเวลาดำเนินการจัดซื้อจัดหารวม (Total Purchasing Cycle Time) ลดลงได้ ก็จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดหาและทำให้มูลค่าพัสดุคงคลังของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคลดลงได้ด้วย
          งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนจัดซื้อจัดหาพัสดุอุปกรณ์ในปัจจุบันภายใต้กฎระเบียบ ข้อบังคับ และมติที่เกี่ยวข้องต่างๆ ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และเสนอแนวทางการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการจัดซื้อจัดหาพัสดุอุปกรณ์หลักประเภท Strategic items อันได้แก่ พัสดุประเภทลูกถ้วยไฟฟ้าและเคเบิลสเปเซอร์ สายไฟฟ้า และสวิตช์ ที่มีวงเงินจัดซื้อจัดหามากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป และเป็นจัดซื้อ  จัดหาโดยการประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) เท่านั้น เพื่อลดระยะเวลาในการดำเนินการจัดซื้อจัดหารวม (Total Purchasing Cycle Time) อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้เป็นต้นแบบและนำไปขยายผลสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการจัดซื้อจัดหาพัสดุของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอื่นได้อีกด้วย

 

2. ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
         2.1 การวัดสมรรถนะของโซ่อุปทาน (Measurement Supply Chain Performance)
                       ปัจจุบันหลายองค์กรที่ได้นำเอาแบบจำลองอ้างอิงการดำเนินงานโซ่อุปาน (Supply Chain Operation Reference Model; SCOR Model) มาใช้เป็นเครื่องมือที่จะช่วยในการพัฒนาโซ่อุปทาน ซึ่งแบบจำลองอ้างอิงการดำเนินงานโซ่อุปาน (SCOR Model) นั้น ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้อธิบายลักษณะ และแสดงให้เห็นถึงกิจกรรมทางธุรกิจในโซ่อุปทานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า ช่วยแก้ปัญหาการขาดภาษามาตรฐาน และกำหนดกรอบการทำงาน (Framework) ให้เป็นลักษณะเดียวกันในการพัฒนา และปรับปรุงโซ่อุปทานด้วย (พันธวณิช, 2549)
                       แบบจำลองอ้างอิงการดำเนินงานโซ่อุปาน (SCOR Model) นั้น ประกอบด้วย 5 กระบวนการจัดการ พื้นฐานคือ การวางแผน (Plan) การจัดหาแหล่งวัตถุดิบ สินค้า และบริการ (Source) การผลิต (Make) การ จัดส่งและส่งมอบ (Delivery) และการส่งคืนสินค้า (Return) (ดวงพรรณ กริชชาญชัย ศฤงคารินทร์, 2549) และมีดัชนีวัดประสิทธิภาพ 4 ประเภทคือความยืดหยุ่นและการตอบสนอง (Flexibility and Responsiveness) ค่าใช้จ่าย (Cost) ความน่าเชื่อถือ (Reliability) ส่วนของทรัพย์สิน (Assets) (พันธวณิช, 2549)
         2.2 การปรับปรุงกระบวนการธุรกิจ (Business Process Reengineering; BPR)
                       Hammer (1990) ได้กล่าวถึงความคิดเกี่ยวกับการปรับปรุงกระบวนการธุรกิจ (Business Process Reengineering; BPR) ว่า คือ การวิเคราะห์ และการออกแบบกระบวนงานใหม่ (Redesign) ให้กับกระบวนงาน และกฎระเบียบเก่า ๆ ในขณะเดียวกันต้องเสริมสร้างกระบวนการนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยการคำนึงถึงกระบวนงานในภาพรวมขององค์กรเป็นหลัก แทนที่จะเป็นการมองไปที่กระบวนของของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งมีหลักการสำคัญ คือ เน้นที่ผลลัพธ์ มุ่งความสนใจที่เป้าหมาย (Objective or Outcome Oriented) มากกว่าตัวงาน (Tasks) สร้างหน่วยงานเบ็ดเสร็จ (Cross Functional Team) รวมการปฏิบัติงานและประมวลผลข้อมูลไว้ในหน่วยงานเดียวกัน กระจายทรัพยากรขององค์กรเพื่อเพิ่มความคล่องตัว ทำงานอย่างคู่ขนาน ลดลำดับการสั่งการ และใช้ข้อมูลร่วมกันจากแหล่งต้นกระบวนการ
         2.3 สัญญาระยะยาว (Long term contract)
                       การทำสัญญาระยะยาว จัดทำขึ้นเพื่อให้การซื้อเกิดการประหยัดต่อขนาด (Economics of Scale) โดยปกติผู้ซื้อจะซื้อพัสดุจำนวนมากและมีมูลค่าสูงภายใต้สัญญาระยะยาวซึ่งแต่ก่อนนั้นสัญญาที่จัดทำกันเป็นเวลานานกว่า 1 ปี จะใช้กับสถานการณ์ที่มีการลงทุนเริ่มแรกสูง มีการลงทุนมากในพัสดุอุปกรณ์หลัก หรือมีค่าใช้จ่ายสูงในการประกอบชิ้นส่วน หรือต้องมีการฝึกอบรมพนักงานให้เกิดความชำนาญ อย่างไรก็ดีในปัจจุบัน สัญญาที่มีอายุ 3-5 ปี ก็ถูกนำมาใช้ในการจัดซื้อพัสดุเพื่อการผลิตปกติทั่วไป สัญญาเหล่านี้จะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการตรวจสอบผู้ขาย และงานของฝ่ายจัดซื้อซึ่งต้องกระทำทุกปีทำให้งานจัดซื้อลดลง และต้นทุนในการจัดซื้อก็ลดลง นอกจากนี้ยังช่วยลดระยะเวลาดำเนินการจัดซื้อให้ลดลงได้อีกด้วย (อดุลย์ จาตุรงคกุล, 2547)
         2.4 การจำลองสถานการณ์ (Simulation Model)
                       การจำลองสถานการณ์ปัญหา (Simulation) เป็นกระบวนการออกแบบจำลอง (Model) ของระบบจริง (Real System) แล้วดำเนินการทดลองเพื่อให้เรียนรู้พฤติกรรมของระบบงานจริง ภายใต้ข้อกำหนดต่างๆ ที่วางไว้ เพื่อประเมินผลการดำเนินงานของระบบ และวิเคราะห์ผลลัพธ์ที่ได้จากการทดลองก่อนนำไปใช้แก้ไขปัญหาในสถานการณ์จริงต่อไป การจำลองสถานการณ์โดยอาศัยตัวแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์นั้น ตัวแบบต้องทำงานได้เสมือนระบบงานจริง (รุ่งรัตน์ ภิสัชเพ็ญ, 2551)
          2.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
                       กชนันท์ นพพิมาน (2548) ได้ศึกษาผลจากการจัดซื้อพัสดุของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโดยใช้วิธีจัดทำสัญญาระยะยาวแล้วเปรียบเทียบกับการจัดซื้อโดยวิธีประกวดราคาปกติ จากผลการศึกษาพบว่าการจัดซื้อโดยวิธีจัดทำสัญญาระยะยาวนั้นจะสามารถลดขั้นตอนการดำเนินการจัดซื้อพัสดุลง จึงทำให้ระยะเวลาดำเนินการ และค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อพัสดุลดลง
                       มาร์ติน อัศวลาภสกุล (2549) ได้ศึกษา และวิเคราะห์ผลเปรียบเทียบการดำเนินการจัดซื้อ และการจ้างด้วยการประกวดราคาแบบเดิม (Sealed-Bid Auction) กับการประมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) ผลจากการศึกษาพบว่าการนำเอาการประมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) มาใช้ปฏิบัติในการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยราชการไทยทำให้มีขั้นตอนเพิ่มขึ้น และใช้เวลามากขึ้นเมื่อเทียบกับการประกวดราคาแบบเดิม (Sealed-Bid) แต่ช่วยเพิ่มการแข่งขัน และสามารถประหยัดงบประมาณในภาพรวมได้
                       กรทวี พูลสวัสดิ์ (2545) ได้ศึกษาการปรับลดระยะเวลาในการออกใบสั่งซื้อพัสดุ โดยการตัดลดปริมาณงานที่ไม่จำเป็นออกไป และเพิ่มขึ้นตอนในการตรวจสอบประวัติการสั่งซื้อพัสดุก่อนหน้าในช่วงเวลา 60 วัน เพื่อที่จะออกใบสั่งซื้อกับผู้ขายที่เคยทำการซื้อแล้วภายใน 60 วันโดยไม่ต้องเสียเวลาคัดเลือกผู้ขายใหม่ ทำให้สามารถลดระยะเวลาเฉลี่ยในการออกใบสั่งซื้อลงได้
                       นายสุพจน์ เหล่างาม (2548) ได้ศึกษาแนวทางการปรับปรุงรอบระยะเวลาการทำงานให้สั้นลง ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างการทำงาน (Reengineering) ของกระบวนการเติมเต็มคำสั่งซื้อ และใช้เทคนิคการสร้างแบบจำลองกระบวนการธุรกิจ (Business process simulation) มาเป็นเครื่องมือในการหาแนวทางปรับปรุง และใช้ดัชนีชี้วัดด้านรอบระยะเวลารวมในการทำงานตามหลักการของ SCOR Model

 

3. วิธีดำเนินงานวิจัย
           ในการดำเนินงานวิจัย เริ่มจากการศึกษาศึกษาโครงสร้างกระบวนการจัดซื้อจัดหา และโซ่อุปทานของกรณีศึกษา ศึกษาสภาวการณ์ปัจจุบันของการจัดซื้อจัดหาเพื่อจัดทำแบบจำลองกระบวนการธุรกิจ (Business Process Simulation) จากนั้นทำการวิเคราะห์ และออกแบบการทดลองเพื่อหาแนวทางการลดระยะเวลาในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้สั้นลง วิธีการดำเนินงานวิจัยจะดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
           3.1 ศึกษาโครงสร้างกระบวนการจัดซื้อจัดหาและโซ่อุปทานของกรณีศึกษา
                       การศึกษาโซ่อุปทานของกรณีศึกษาและโครงสร้างระบบการจัดซื้อจัดหาจะทำให้ทราบถึงขั้นตอนการปฏิบัติงาน ระยะเวลาที่ใช้และผู้ที่เกี่ยวข้องของแต่ละขั้นตอนในกระบวนการ รวมถึงการไหลของข้อมูล (Information Flow) และงานจัดซื้อ (Material Flow) โดยสามารถแสดงโครงสร้างความสัมพันธ์การไหลของงาน และข้อมูลกระบวนการจัดซื้อจัดหาในโซ่อุปทานของกรณีศึกษา ได้ดังนี้


รูปที่ 1: โครงสร้างความสัมพันธ์การไหลของงาน และข้อมูลกระบวนการจัดซื้อจัดหา

            3.2 กระบวนการจัดซื้อจัดหาของกรณีศึกษา
                  3.2.1 กระบวนการจัดซื้อจัดหาตามแผนจัดหาพัสดุหลัก
                               กระบวนการจัดซื้อจัดหาตามแผนจัดหาพัสดุหลักประจำปี โดยการประกวดราคาด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) ของหน่วยงานกรณีศึกษาประกอบด้วย 5 กระบวนการหลัก คือ การจัดทำแผนจัดหาพัสดุหลักประจำปี (Procurement Planning) การออกประกวดราคา (Bidding) การคัดเลือกผู้ขาย/ผู้ส่งมอบสินค้า (Vendor/Supplier Selection) การจัดทำสัญญา (Contracting) และการตรวจรับพัสดุ (Goods Receipt)
                  3.2.2 สภาวการณ์ปัจจุบันของกระบวนการจัดซื้อจัดหาตามแผนจัดหาพัสดุหลักประจำปี
                               จากการเก็บข้อมูลการจัดซื้อจัดหาตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2549 จนถึงเดือน พฤษภาคม 2550 (13 เดือน) เป็นจำนวนทั้งสิ้น 71 ข้อมูล ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลการจัดซื้อจัดหาพัสดุหลักประเภทลูกถ้วยไฟฟ้าและเคเบิลสเปเซอร์ 43 ข้อมูล สวิตช์ 2 ข้อมูล และสายไฟฟ้า 26 ข้อมูล พบว่ามีระยะเวลาดำเนินการรวมของกระบวนการจัดซื้อจัดหา (Total Purchasing Cycle Time) เฉลี่ยต่อเรื่อง 268.13 วัน หรือ 8.94 เดือน โดยมีจำนวนวันดำเนินการที่น้อยที่สุด 153 วัน หรือ 5.10 เดือน และมากที่สุดคือ 546 วัน หรือ 18.20 เดือน สำหรับข้อมูลระยะเวลาดำเนินการเฉลี่ยของแต่ละขั้นตอน (Process Time) ในสภาวการณ์ปัจจุบัน เป็นดังนี้

 

รูปที่ 2: ระยะเวลาดำเนินการเฉลี่ยของแต่ละขั้นตอน (Process Time)

 

               3.3 การวัดประสิทธิภาพของกระบวนการจัดซื้อจัดหาโดยใช้ SCOR Model
                     งานวิจัยนี้ กำหนดเกณฑ์การวัดประสิทธิภาพของกระบวนการจัดซื้อจัดหา โดยใช้แบบจำลองอ้างอิงการดำเนินงานในโซ่อุปทานเวอร์ชั่น 6.1 (Supply Chain Operation Reference Model Version 6.1; SCOR Model) ซึ่งจะวัดประสิทธิภาพในส่วนของกระบวนการจัดหาแหล่งวัตถุดิบ สินค้า และบริการ (Source) และ วัดประสิทธิภาพด้านความสามารถในการตอบสนอง (Responsiveness) เท่านั้น เนื่องจากงานวิจัยนี้เป็นเพียงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการจัดซื้อจัดหาของกรณีศึกษา ด้วยการปรับปรุงขั้นตอนการทำงานเพื่อทำให้ระยะเวลาดำเนินการจัดซื้อจัดหารวมลดลง โดยไม่ได้พิจารณาในเรื่องของทรัพยากร (Resource) ต่างๆ ซึ่งจะวัดประสิทธิภาพของกระบวนการจัดซื้อจัดหา ดังนี้

ตารางที่ 1: หัวข้อการวัดประสิทธิภาพในโซ่อุปทานของกรณีศึกษา

 

           ในการวัดประสิทธิภาพของกระบวนการจัดซื้อจัดหาโดยใช้แบบจำลองอ้างอิงการดำเนินงานในโซ่    อุปทาน (SCOR Model) นั้น จะมีหลักเกณฑ์การวัดระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนเพื่อวัดประสิทธิภาพกระบวนการจัดซื้อจัดหาตามตารางที่ 1 ดังนี้

รูปที่ 3: หลักเกณฑ์การวัดระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนเพื่อวัดประสิทธิภาพกระบวนการจัดซื้อจัดหา

              3.4 การสร้างแบบจำลองสถานการณ์ของกระบวนการจัดซื้อจัดหา
                     3.4.1 แบบจำลองสถานการณ์ปัจจุบันกระบวนการจัดซื้อจัดหาของกรณีศึกษา
                                จากการศึกษาโครงสร้างกระบวนการจัดซื้อจัดหา และโซ่อุปทาน และสภาวการณ์ปัจจุบันของกระบวนการจัดซื้อจัดหา ทำให้สามารถกำหนดหลักการและสร้างแบบจำลองสถานการณ์ (Business Model Simulation) ของกระบวนการจัดซื้อจัดหาในปัจจุบัน (As-Is Model) เพื่อจำลองเหตุการณ์ปัจจุบัน แล้วนำผลการประมวลผลที่ได้จากโปรแกรม Arena Version 10.0 มาวิเคราะห์ประสิทธิภาพ เพื่อหาแนวทางปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการในอนาคต (To-Be Model) ได้ดังนี้

    


รูปที่ 4: หลักการสร้างแบบจำลองสถานการณ์

 

 

รูปที่ 5: แบบจำลองกระบวนการจัดซื้อจัดหาโดยใช้โปรแกรม Arena 10.0

                   3.4.2 ข้อมูลที่ใช้ในการจำลองสถานการณ์
                              ข้อมูลที่ใช้ในงานวิจัย ประกอบด้วย อัตราการเริ่มดำเนินการงานจัดซื้อจัดหาตามแผน (Inter-arrival Time) และ จำนวนเรื่องจัดซื้อจัดหาตามแผนต่อครั้ง (Entity per Arrival) ระยะเวลาที่ใช้ในแต่ละ     ขั้นตอน (Process Time) สัดส่วนประเภทพัสดุที่ศึกษา สัดส่วนผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อสั่งจ้าง สัดส่วนผู้มีอำนาจอนุมัติผู้ผ่าน/ไม่ผ่านรายละเอียดทางเทคนิค สัดส่วนวงเงินจัดซื้อจัดหาที่ไม่เกินราคาประมาณการสำหรับกรณีการจัดซื้อพัสดุรายการที่ยังไม่ได้รับขึ้นทะเบียนฯ Vendor Lists
                              อนึ่ง งานวิจัยนี้ ได้กำหนดความยาวในการประมวลผล (Replication Length) ของการจำลองสถานการณ์ไว้ที่ 660 วัน และกำหนดจำนวนรอบการทำซ้ำในการประมวลผล (Number of Replication) เท่ากับ 63 รอบเพื่อทำให้ได้ค่าระยะเวลาดำเนินการรวมของการจัดซื้อจัดหา (Total Purchasing Cycle Time) มีค่าช่วงกว้างของข้อมูล (Half Width) ไม่เกิน +/-2 วัน

             3.5 ตรวจสอบความถูกต้องของแบบจำลองสถานการณ์
                     ในการสร้างแบบจำลองสถานการณ์ของกระบวนการ (Business Process Simulation) นั้น จะมีการตรวจสอบความถูกต้องของแบบจำลองก่อนนำไปใช้งานจริงเพื่อทำให้เกิดความมั่นใจว่าแบบจำลองนั้นมีความถูกต้อง และได้ค่าต่างๆ จากการประมวลผลของโปรแกรมที่ใกล้เคียงกับเหตุการณ์จริงมากที่สุด ในการตรวจสอบแบบจำลองสถานการณ์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ขั้นตอนคือ (1) การตรวจสอบความถูกต้องของแบบจำลองสถานการณ์ (Verification of The Simulation Model) และ (2) การเปรียบเทียบแบบจำลองกับเหตุการณ์จริง (Validation of The Simulation Model) (Kelton, et al., 2007)

              3.6 การออกแบบการทดลอง
                    ในการออกแบบการทดลองสำหรับงานวิจัยนี้ จะดำเนินการออกแบบเพื่อหาแนวทางปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการจัดซื้อจัดหาตามแผนจัดหาพัสดุหลักพัสดุหลักประจำปี ให้มีระยะเวลาการดำเนินการจัดซื้อจัดหารวม (Total purchasing cycle time) ที่ลดลง โดยจะดำเนินการตามแนวคิด การปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ (Business Process Reengineering หรือ BPR) ของ Hammer (1990) ซึ่งมีหลักสำคัญ คือการวิเคราะห์และการออกแบบกระบวนงานใหม่ (Redesign) ให้กับกระบวนงานและกฎระเบียบเก่า ๆ และแนวคิด การทำสัญญาซื้อขายระยะยาว เพื่อทำให้การจัดซื้อจัดหาลดความซ้ำซ้อนในการตรวจสอบผู้ขาย/ผู้ส่งมอบ  สินค้า (Vendor/Supplier Selection) โดยสามารถออกแบบการทดลองได้ดังนี้

ตารางที่ 2: สรุปภาพรวมการทดลองผลการวิจัย

 

4. ผลการวิจัย
            4.1 สรุปผลการวิจัย
                   จากการประมวลผล (Run) แบบจำลองสถานการณ์ (Simulation Model) สามารถเปรียบเทียบค่าระยะเวลาดำเนินการจัดซื้อจัดหารวม (Total purchasing cycle time) ในแต่ละการทดลองได้ดังนี้

ตารางที่ 3: การวัดประสิทธิภาพกระบวนการจัดซื้อจัดหาในโซ่อุปทานตามแบบจำลองอ้างอิงการดำเนินงานโซ่อุปทาน (SCOR Model)

 


ตารางที่ 4: ผลการลดมูลค่าพัสดุคงคลังจากการปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดหา

 

5. สรุปผลการวิจัย และข้อเสนอแนะ
            จากผลการวิจัยตามการทดลองต่างๆ สรุปได้ว่า หากมีการทำให้พัสดุที่จะจัดซื้อจัดหาเป็นพัสดุที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ Vendor Lists และมีการประกาศบังคับใช้ระเบียบฯ Vendor Lists แล้วเกินกว่า 1 ปี ก็จะสามารถลดระยะเวลาดำเนินการจัดซื้อจัดหารวม (Total Purchasing Cycle Time) ลงได้ 11.59% โดยที่ไม่ต้องปรับปรุงกระบวนการใหม่เลย สำหรับการปรับปรุงกระบวนการใหม่นั้นจะลดระยะเวลาดำเนินการจัดซื้อจัดหารวมลงได้ตั้งแต่ 14.30% ถึง 33.26% จากสภาวการณ์ปัจจุบัน และหากปรับปรุงกระบวนการโดยนำสัญญายะระยาวมาใช้ ก็จะสามารถลดระยะเวลาดำเนินการจัดซื้อจัดหารวมได้ตั้งแต่ 61.96% ถึง 74.92% จากสภาวการณ์ปัจจุบัน ดังนั้นสามารถสรุปได้ว่าในการจัดทำสัญญาระยะยาวจะเป็นการลดขั้นตอนการเตรียมการ   จัดหา การคัดเลือกผู้ขาย/ผู้ส่งมอบ และการจัดทำและลงนามสัญญาในการประกวดราคาแต่ละครั้ง ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาดำเนินการจัดซื้อจัดหาลงได้สูงถึง 75% และผลของจากการปรับปรุงกระบวนการจะลดมูลค่าพัสดุคงคลัง (Inventory) ลงได้ตั้งแต่ในช่วง 9.13% ถึง 58.06% หรือมีมูลค่าพัสดุคงคลังลดลงจาก 2,769.738 ล้านบาท เหลืออยู่ในช่วง 1,161.493 ล้านบาท ถึง 2,516.767 ล้านบาท นอกจากนี้ การลดลงของระยะเวลาดำเนินการจัดซื้อจัดหารวม (Total Purchasing Cycle Time) ยังทำให้มีโอกาสที่จะดำเนินการเป็นไปตามแผนจัดหาพัสดุหลักประจำปี และได้รับพัสดุตรงกำหนดเวลามากขึ้นด้วย
           ในการดำเนินงานวิจัยนี้ ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะว่าควรส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ขาย/ผู้ส่งมอบสินค้า นำสินค้ามาขึ้นทะเบียนฯ Vendor Lists ไว้เพื่อช่วยทำให้ลดระยะเวลาในขั้นตอนการคัดเลือกผู้ขาย/ผู้ส่งมอบให้น้อยลง และควรมีหน่วยงานเบ็ดเสร็จที่สามารถดำเนินการได้ครบทุกขั้นตอนของกระบวนการจัดซื้อจัดหาเพื่อลดระยะเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ควรพิจารณาลดลำดับชั้นการสั่งการ และให้อำนาจการตัดสินใจเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถตัดสินใจในงานที่ทำได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้แล้วยังควรนำสัญญาระยะยาวมาใช้ เพราะสามารถลดระยะเวลาดำเนินการจัดซื้อจัดหาลงได้อย่างมาก แต่ควรพิจารณาในเรื่องของราคาสินค้าที่อาจจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเผื่อราคาของผู้ขายด้วย
           อนึ่ง การวิจัยต่อไปควรพิจารณาถึงปัจจัยทางด้านทรัพยากรบุคคล เพื่อทำให้ทราบถึงสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง(Root cause) และทราบถึงขั้นตอนที่มีปริมาณงานที่อยู่ระหว่างกระบวนการ (WIP) มาก เพื่อที่จะทำการปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

6. บรรณานุกรม
     [1] กชนันท์ นพพิมาน, 2548, "การบริหารสินค้าคงคลัง: กรณีศึกษาวัตถุดิบอลูมิเนียมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค", วิทยานิพนธ์ ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, หน้า 61
     [2] กรทวี พูลสวัสดิ์, 2545, "การปรับลดระยะเวลาการออกใบสั่งซื้อพัสดุเคมีภัณฑ์ กรณีศึกษาฝ่ายพัสดุอากาศยาน บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)",วิทยานิพนธ์ ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, หน้า 64-65.
     [3] ดวงพรรณ กริชชาญชัย ศฤงคารินทร์, 2549, โซ่อุปทานและโลจิสติกส์: ทฤษฎี-งานวิจัย-กรณีศึกษา, พิมพ์ครั้งที่ 1, บริษัท ไอทีแอล เทรด มีเดีย จำกัด, กรุงเทพฯ, หน้า 34, 46-53.
     [4] บริษัท พันธวณิช จำกัด, 2550, “บทความชุดเรื่องการจัดซื้อจัดหากับการบริหารโซ่อุปทาน: แบบจำลองโซ่อุปทาน (SCOR Model) กับงานจัดซื้อจัดหา (Procurement & Supply Chain Management Series)”, www.pantavanij.com/e_news/200608/procurement.asp [20 ธ.ค. 2550]
     [5] มาร์ติน อัศวลาภสกุล, 2549, "การศึกษาเปรียบเทียบต้นทุนในการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานราชการไทยระหว่างการประกวดราคากับการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์", วิทยานิพนธ์ ปริญญาเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, หน้า 58-59.
     [6] รุ่งรัตน์ ภิสัชเพ็ญ, 2551, คู่มือการสร้างแบบจำลองด้วยโปรแกรม Arena, พิมพ์ครั้งที่ 1, บริษัท  ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด, กรุงเทพฯ, หน้า 15-17.
     [7] สุพจน์ เหล่างาม, 2548, "การปรับปรุงกระบวนการเติมเต็มคำสั่งซื้อด้วยแบบจำลองทางธุรกิจ กรณีศึกษาบริษัทอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศไทย", วิทยานิพนธ์ปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, หน้า 22, 38.
     [8] อดุลย์ จาตุรงคกุล, 2547, การจัดซื้อ, ปรับปรุงครั้งที่ 4, โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพฯ, หน้า 255-258.
     [9] Hammer, M., 1990, “Reengineering Work: Don’t Automate, Obliterate”, Harvard Business Review, July-August, Vol. 68, Issue 4, pp. 104-112.
     [10] W. David Kelton, Randall P. Sadowski and David T. Sturrock, 2007, Simulation with Arena, 4th ed., McGraw-Hill, New York, pp. 308.

ที่มา: บทความดีเด่นในการประชุมสัมมนาวิชาการประจำปีด้านการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานครั้งที่ 8(20-22 พ.ย. 2551)

จำนวนผู้ชม 16885 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ