อาทิตย์, 30 เม.ย. 2017
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 133 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ข้อพิจารณาของ GPS ในงานขนส่ง
User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 
วันอังคารที่ 30 มีนาคม 2010 เวลา 22:39 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

โดยปฎล รัตนชุม
สาขาการจัดการโลจิสติกส์
บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

      ก่อนที่ท่านผู้อ่านจะได้ทราบถึงประโยชน์และผลเสียของการใช้เทคโนโลยี GPS ที่มีติดตั้งในรถส่งของนั้น ผมอยากจะให้ท่านผู้อ่านทราบก่อนว่าทำไมผมถึงได้เลือกที่จะทำบทความนี้ และGPS คืออะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร 
      เอาล่ะครับ.... เริ่มจากที่จริงแล้วในต่างประเทศก็ได้นำระบบ GPS หรือระบบที่ใช้ในการระบุตำแหน่งพิกัดมาใช้ก่อนประเทศไทยจะนำมาใช้ โดยการทำงานของระบบ GPS จะอ้างอิงจากสัญญาณดาวเทียมนอกพื้นโลกเพื่อช่วยในการนำทาง หรือ ติดตามสิ่งต่างๆ ซึ่งผมเองเป็นผู้ช่วยนักวิจัยใน “โครงการศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลรถโดยสารประจำทางโดยเทคโนโลยี”  ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการศึกษาโดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม โดยจะเป็นการศึกษาว่า เทคโนโลยีตัวใดในปัจจุบัน เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการกำกับดูแลรถโดยสารประจำทาง และผลการศึกษาเบื้องต้น พบว่า ระบบ GPS เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการกำกับดูแลรถโดยสารประจำทาง เพราะฉะนั้นบทความฉบับนี้ จะทำให้ผู้อ่านได้ทราบถึงลักษณะการทำงานของระบบ GPS นอกจากนี้แล้ว ผมได้มีโอกาสเป็นวิทยากรในการจัดสัมมนาของสำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลาในหัวข้อ “การเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลรถโดยสารและรถขนส่งสินค้า โดยใช้เทคโนโลยี” เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2552 นอกจากการบรรยายให้ความรู้กับผู้ประกอบการแล้ว ผมได้มีโอกาสสอบถาม แลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็นกับผู้ประกอบการที่มาเข้าร่วมกว่า 40 ท่าน ดังนั้น ผมจึงได้นำข้อดีข้อเสียมาเปรียบเทียบให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบครับ

GPS คืออะไร
      GPS หรือ ชื่อเต็มๆว่า Global Positioning System เป็นระบบที่ใช้ในการบอกตำแหน่งของสิ่งต่างๆบนโลกนี้ โดยระบบ GPS จะใช้เทคโนโลยีของดาวเทียมที่จะเป็นเครื่องมือในการพิจารณาหาจุดพิกัดบนโลกนี้ โดยใช้พิกัดตัวเลขของละติจูดและลองติจูด ทำให้เราทราบถึงตำแหน่งที่แท้จริงของสิ่งนั้นๆ โดยอุปกรณ์ GPS Receiver หรือเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมนั้น จะทำงานโดยการใช้ดาวเทียมที่ลอยอยู่เหนือพื้นโลกตั้งแต่สามดวงขึ้นไปในเวลาเดียวกัน เพื่อที่จะได้ระบุพิกัดตำแหน่งของสิ่งต่างๆ และจะแม่นยำยิ่งขึ้นหากมีจำนวนดาวเทียมมากขึ้น สำหรับระบบ GPS นั้น ได้ถูกเริ่มใช้และพัฒนาขึ้นโดยกองทัพของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะใช้ในการหาพิกัดจุดต่างๆบนโลกในการสู้รบทำสงครามกัน แต่ในปัจจุบันได้กลายมาเป็นการใช้งานทั่วๆไปที่ใครๆก็สามารถมีใช้ได้

สถาปัตยกรรมของระบบ GPS
      สำหรับสถาปัตยกรรมของระบบ GPS นั้นได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนของอวกาศ ส่วนของการควบคุม และสุดท้ายส่วนของผู้ใช้งาน โดยมีรายละเอียดดังนี้
           • ส่วนของอวกาศนั้น (The Space Segment) ระบบ GPS นั้นมีดาวเทียมที่ใช้งานเป็นระบบ GPS ที่ลอยอยู่ในอวกาศเหนือพื้นโลกประมาณ 21 ดวง รวมทั้งมีอีก 3 ดวงที่ใช้เป็นดาวเทียมสำรองในกรณีที่ดาวเทียมหลักเกิดเหตุฉุกเฉิน ระบบ GPS จะใช้การทำงานหาพิกัดตำแหน่งต่างๆจากดาวเทียม NAVSTAR โดยดาวเทียมแต่ละดวงนั้นจะลอยอยู่เหนือพื้นโลกประมาณ 20,200 กิโลเมตร ซึ่งดาวเทียมที่กล่าวมานั้น แต่ละดวงจะทำงานเป็นช่วงเวลาประมาณ 11ชั่วโมง 58 นาที ซึ่งก็หมายความว่าดาวเทียม GPS จำนวน 2 ดวงจะใช้ทำงานในหนึ่งวัน
           • ส่วนของการควบคุม  (The Master Control Station) ซึ่งจะเป็นการทำงานในรูปแบบของศูนย์กลางการควบคุมระบบ ของระบบ GPS จะมีการควบคุมการทำงานภายใต้กองทัพอากาศของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งศูนย์ควบคุมนี้จะมีหน้าที่ในการบริหารจัดการและที่สำคัญ ควบคุมการทำงานของระบบดาวเทียม GPS โดยจะมีหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงาน รวมทั้งการเฝ้าควบคุมตลอดเวลา ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินก็สามารถนำระบบสำรองมาใช้แทน
           • ส่วนของการใช้งานสำหรับผู้ใช้งาน (The User Segment) ซึ่งก็หมายถึงบุคคลใดๆหรือหน่วยงานได้ที่มีการนำระบบ GPS มาใช้ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือจะเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน นอกจากนี้แล้วก็จะเป็นตัวอย่างของผู้ที่ใช้งานเพื่อการนำทิศทางไปตามสถานที่ที่ต้องการ

ระบบ GPS ที่มีการใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
      ระบบ GPS ที่ภาคเอกชนมีการใช้งานในปัจจุบันสำหรับการขนส่งสินค้านั้น ส่วนใหญ่จะถูกใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และการกำกับดูแลรถขนส่งสินค้าโดยสามารถอธิบายภาพรวมของการทำงานของระบบได้ ดังนี้


รูปที่ 1 การทำงานระบบ GPS ของภาคการขนส่งสินค้าในปัจจุบัน

      ระบบ GPS ที่มีการใช้งานในภาคเอกชนในปัจจุบันจะมีผู้ที่มีความเกี่ยวข้อง 2 ส่วน คือ ส่วนผู้ให้บริการ และส่วนผู้ใช้บริการ โดยผู้ให้บริการจะดำเนินการเกี่ยวกับระบบ GPS ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการติดตั้ง Hardware และ Software รวมทั้งการบำรุงรักษาระบบทั้งหมด ส่วนผู้ใช้บริการจะใช้บริการผ่านช่องทางที่ผู้ให้บริการจัดไว้ให้ที่โดยส่วนมากจะผ่านทางเว็ปไซต์

การทำงานของระบบ
      ระบบจะทำงานโดยเริ่มด้วยดาวเทียมจะค้นหาความเคลื่อนไหว ตำแหน่งและข้อมูลพิกัดต่างๆ ของรถผ่านชุดอุปกรณ์ GPS จากนั้นชุดอุปกรณ์ GPS จะส่งสัญญาณไปยังโครงข่ายสัญญาณโทรศัพท์ไร้สายตามระบบโทรคมนาคม และสัญญาณนี้ถูกแปลงและส่งข้อมูลผ่านระบบ Internet ไปยังส่วนควบคุมของบริษัทผู้ให้บริการ จากนั้นจะส่งข้อมูลผ่านระบบ Internet ไปยังเครื่องแม่ข่ายของลูกค้า (Customer Server) เพื่อเก็บข้อมูลที่จำเป็นในการวิเคราะห์บางส่วน โดยลูกค้าสามารถเข้าไปติดตามสถานะของการขนส่งของตนเองได้โดยผ่าน Internet ด้วยการล็อกอิน (Login) เข้าสู่เว็ปไซต์ของผู้ให้บริการ GPS โดยตรงทั้งจากเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น
      เป็นยังไงกันบ้างครับท่านผู้อ่าน...สำหรับข้อมูลที่ผมได้นำเสนอไปในส่วนของที่มาที่ไปของระบบ GPS ลักษณะการทำงานต่างๆ ตลอดไปจนถึงสถาปัตยกรรมของระบบ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้คงทำให้ท่านผู้อ่านได้ทราบถึงการทำงานไปแล้วนะครับ ต่อไปผมก็จะได้กล่าวถึงประโยชน์และผลเสียของการติดตั้งระบบ GPS บนรถขนส่งสินค้านะครับ

ข้อดีข้อเสียจากผู้ประกอบการขนส่งสินค้า


การบรรยายแลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีของผู้ประกอบการ
วันที่ 25 มิถุนายน 2552 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา

       จากที่ได้กล่าวไปในช่วงแรกของบทความ ที่ผมได้มีโอกาสไปบรรยายเรื่อง “การเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลรถโดยสารประจำทางโดยใช้เทคโนโลยี” ให้กับผู้ประกอบการทั้งรถโดยสารและรถขนส่งสินค้าในจังหวัดสงขลา ก็ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็นกัน ซึ่งพอจะสรุปได้ดังนี้ครับ
       บริษัทผู้ประกอบการขนส่งสินค้าที่นำระบบเทคโนโลยี GPS มาใช้นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ เนื่องจากช่วงแรกๆที่เทคโนโลยีตัวนี้เข้ามาในประเทศไทยนั้น มีราคาอุปกรณ์สูงมาก เมื่อพิจารณาดูแล้วจะไม่คุ้มค่า ทั้งนี้จะพิจารณาจากมูลค่าของสินค้าที่อยู่บนรถขนส่ง แต่ในปัจจุบัน บริษัทต่างๆก็เริ่มนิยมนำระบบ GPS มาใช้กับรถขนส่งของตน เนื่องจากสินค้าที่ส่งนั้น มีมูลค่าสูง เช่น รถขนเงินสด รถขนทองคำเครื่องประดับของมีค่าต่างๆ เมื่อเริ่มนิยมนำมาใช้กันแพร่หลาย ราคาค่าตัวของระบบ GPS จึงมีราคาไม่แพง ซึ่งมีราคาชุดละประมาณหนึ่งหมื่นสามพันบาทต่อการติดตั้งรถหนึ่งคัน และต้องเสียค่าบริการ GPRS ในการรับส่งข้อมูลกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตกประมาณเดือนละห้าร้อยบาท  ซึ่งเริ่มแรกผู้ประกอบที่ได้ให้ข้อมูลนั้นไม่ได้นำมาติดตั้งทุกคัน แต่จะเริ่มจากทดลองติดตั้งประมาณ 5 คัน ซึ่งก็เห็นประโยชน์ดังนี้
           • ในแง่ของการลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายจากการเดินรถ ซึ่งเกิดจากการประหยัดค่าน้ำมัน และลดค่าใช้จ่ายจากการซ่อมบำรุง อันเนื่องมาจากการออกนอกเส้นทาง , การติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ , การขับรถเร็วซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงสามารถตรวจสอบในเรื่องของการลักลอบดูดน้ำมันขาย ของพนักงานขับรถ
           • ป้องกันการนำรถไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ก็จะช่วยในการลดพฤติกรรมการใช้งานรถที่ไม่เหมาะสม เช่น การหยุดพักที่นานเกินควร , การจอดรถติดเครื่องเป็นระยะเวลานาน เพราะข้อมูลเหล่านี้เราจะเห็นแบบนาทีต่อนาที
           • เป็นการเพิ่มความปลอดภัยในทรัพย์สิน ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ จากการใช้ความเร็วที่ไม่เหมาะสม
           • บริหารเวลาการทำงานของรถได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ใช้งานรถได้เต็มประสิทธิภาพ เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเดินรถให้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถประมาณเวลาในการเดินทางได้
           • สามารถตรวจสอบคุณภาพการจัดส่งได้ตลอดเวลา จะขอยกตัวอย่างของ อุปกรณ์วัดอุณหภูมิในห้องเย็น ทำให้สินค้าที่ลูกค้าได้รับจึงมีคุณภาพสูง โดยเราได้ทดลองกับรถแช่อาหารทะเลแข็ง
           • เพิ่มคุณภาพในการบริการลูกค้า และการแข่งขันทางธุรกิจ ลูกค้าส่วนใหญ่จะรู้สึกดีเพราะสามารถติดตามการขนส่งสินค้าได้ตลอด สามารถตอบคำถามลูกค้าได้
      ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นข้อมูลจากผู้ประกอบการขนส่งสินค้า ซึ่งได้มีการเสริมต่อในเรื่องของการบริการในอนาคตที่จะทำหน้าเว็บไซต์ให้ลูกค้าสามารถเข้ามาตรวจสอบการเดินทางของสินค้าได้ทุกที่ทุกเวลา
      สำหรับข้อเสียของระบบ GPS นั้น ผู้ประกอบการก็จะพูดเป็นเสียงเดียวกันครับว่า ระบบยังมีราคาสูงอยู่ เนื่องจากผู้ประกอบการบางรายยังไม่เห็นประโยชน์ที่ชี้วัดได้ ผมอยากจะยกตัวอย่างของผู้ประกอบการที่ทำให้เห็นถึงความคุ้มค่าก่อนและหลังติด GPS นะครับ เริ่มจากก่อนหน้าที่จะนำระบบ GPS มาติดตั้งนั้น รถขนส่งสินค้ามักจะเกิดอุบัติเหตุ รวมมูลค่าเสียหายต่อปีประมาณ 3 ล้านบาท เมื่อได้ทดลองนำระบบ GPS มาติดตั้งเพื่อใช้ควบคุมเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทำให้อุบัติเหตุลดลงซึ่งมูลค่าเสียหายต่อปีที่เกิดขึ้น เมื่อสิ้นปี 2552 ประมาณ 1 ล้านบาท ทำให้บริษัทลดต้นทุนที่สูญเสียไปดังกล่าวได้มาก เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับตัวอย่างที่จะทำให้ผู้อ่านได้เห็นภาพนะครับ อีกอย่างก็คือ ข้อเสียในเรื่อง บางพื้นที่ยังขาดสัญญาณทำให้ระบบทำงานขาดตอน ไม่ต่อเนื่อง
      สำหรับสิ่งที่จะต้องมีการปรับปรุงเพิ่มเติมนั้น ผู้ประกอบการอยากจะให้ภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้นำระบบ GPS มาปรับปรุงและพัฒนาให้เป็นซอฟท์แวร์ฟรี และมีการพัฒนาแผนที่ให้ละเอียดกว่าเดิม เพื่อที่จะทำให้ราคาของชุดติดตั้ง GPS มีราคาถูกลง และอยากให้ผู้ให้บริการ GPRS จากระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ครอบคลุมพื้นที่ให้มากขึ้นและขยายช่องทางการสื่อสารให้มากกว่าเดิมเพื่อให้การรับ-ส่งข้อมูลทำได้เร็วขึ้น
      เป็นอย่างไรบ้างครับท่านผู้อ่าน... สำหรับบทความนี้ ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งนะครับ ว่าผู้อ่านจะได้ความรู้จากประสบการณ์จริงของผมเองที่ได้มีโอกาสไปสัมผัสกับระบบ GPS แลได้มีโอกาสร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็นกับผู้ประกอบการต่าง ซึ่งได้เขียนบรรยายให้ผู้อ่านได้เห็นภาพกันไปบ้างแล้วนะครับ...ขอบคุณครับ

อ้างอิง
     - http://www.tech-faq.com/gps.shtml
     - รายงานเบื้องต้น “โครงการศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลรถโดยสารประจำทางโดยเทคโนโลยี” กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม โดยที่ปรึกษา ศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี


จำนวนผู้ชม 17789 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ