พุธ, 29 มี.ค. 2017
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 134 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ระบบโลจิสติกส์ขาเข้าอุตสาหกรรมนม
User Rating: / 9
แย่ดีที่สุด 
วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 19:22 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

       ปัจจุบันอุตสาหกรรมนมเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ปัจจุบันมีปริมาณน้ำนมดิบจากการเลี้ยงโคนมทั่วประเทศประมาณ 2,260  ตันต่อวัน และมีแนวโน้มสูงขึ้นโดยมีศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบกว่า 180 ศูนย์   แบ่งเป็นศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบสหกรณ์  117 ศูนย์ และศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบของเอกชนประมาณ 63 ศูนย์
      นอกจากนี้ อุตสาหกรรมนมถือเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง เนื่องจากการมีผู้ผลิตจำนวนมากในตลาด และผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายในการเลือกซื้อสินค้าเพื่อให้ได้คุณภาพ ราคา และการบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างทันท่วงที
      ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ทำให้การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์กลายเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำให้มี ประสิทธิภาพและประสิทธิผลตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการหาวัตถุดิบจนถึงตลาดที่ต้องตอบสนองให้ได้ตามความต้องการของผู้บริโภค
      ดังนั้น รศ.ดร.กาญจนา เศรษฐนันท์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เล็งเห็นความสำคัญของเรื่องดังกล่าวจึงได้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ "การบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ขาเข้าของอุตสาหกรรมนม" โดยได้รับการสนับสนุนทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยมีองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) จังหวัดขอนแก่นเป็นกรณีศึกษา เพราะเป็นองค์กรที่ช่วยเหลือ แนะนำ และให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมโดยตรง

5 ข้อจำกัดขนนมดิบจากฟาร์มสู่โรงงาน
      รศ.ดร.กาญจนาบอกว่า น้ำนมดิบ  (raw milk) ถือเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่บูดเสียได้ง่าย หากมีการจัดการไม่  เหมาะสม ประกอบกับน้ำนมที่ได้รับจากเกษตรกรแต่ละฟาร์มอาจมีปริมาณไม่แน่นอนและไม่สม่ำเสมอในแต่ละวัน เป็นผลให้การขนส่งน้ำนมดิบเข้าสู่โรงงานผลิตอาจมีปริมาณไม่ตรงตามความต้องการ
       การผลิตนมของ อ.ส.ค.นั้นเริ่มต้นจากการส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงโคนม     และส่งน้ำนมดิบให้แก่ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบซึ่งกระจายตามพื้นที่ต่าง ๆ จากนั้น อ.ส.ค.จะส่งรถบรรทุกไปรับน้ำนมดิบที่ศูนย์รวบรวมน้ำนมเหล่านั้น และส่งเข้าสู่โรงงานเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นม
      แต่ทั้งนี้ขั้นตอนการผลิตของอุตสาห กรรมนมมีข้อจำกัดต่าง ๆ หลายด้าน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบไปจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นม
          1. เรื่องปริมาณน้ำนมดิบ  ไม่สม่ำเสมอจะขึ้นอยู่กับจำนวนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม จำนวนโคนม    และอัตราการให้นมเฉลี่ยต่อตัว
          2. รถที่เกษตรกรใช้ขนส่งน้ำนมดิบมายังศูนย์ ซึ่งอยู่กระจัดกระจายในรัศมี 400 เมตร-50 กิโลเมตร ส่วนใหญ่ใช้รถบรรทุก 6 ล้อ รถกระบะซึ่งอาจจะเป็นรถจ้างเหมาหรือรถของเกษตรกรเอง หากเกษตรกรรายใดอยู่ใกล้กับศูนย์รับน้ำนมดิบและมีปริมาณนมไม่มากนักจะใช้รถจักรยานยนต์หรือรถเข็น
          3. ในการรับน้ำนมดิบจากเกษตรกร ทางศูนย์ต้องเปิดอุปกรณ์ควบคุมให้ได้ 4 องศาเซลเซียสก่อนขนส่งไปโรงงาน เพื่อป้องกันการบูดเสีย จำเป็นต้องมีระบบการจัดการที่เหมาะสม เช่น การจัดคิวให้เกษตรกรมาส่งน้ำนมดิบเพื่อให้ปริมาณของน้ำนมดิบมีความสม่ำเสมอ ใช้เวลาในการ unload/load น้ำนมดิบให้สั้นที่สุดเพื่อลดระยะเวลาการทำงานของอุปกรณ์ทำความเย็นที่มีผลต่อค่าใช้จ่ายด้านพลังงานโดยตรง
          4. เรื่องคุณภาพในการขนส่งน้ำนมดิบ เนื่องจากนมเป็นสินค้าเกษตรที่เน่าเสียง่าย รถที่ใช้ขนน้ำนมดิบส่วนใหญ่จะทำเป็นช่องบรรจุ 3 ช่องให้อิสระต่อกัน แต่ละช่องไม่ควรมีการผสมกันของน้ำนมดิบต่างศูนย์และต่างมื้อ และน้ำนมดิบที่รวบรวมได้จำเป็นต้องมีการรักษาอุณหภูมิ ตั้งแต่อยู่ในถังบรรจุน้ำนมดิบของรถบรรทุกที่ไปรับจากแต่ละศูนย์ ไปจนถึงกระบวนการผลิต ดังนั้นช่องบรรจุนมของรถบรรทุกแต่ละคันจะเป็นเหล็กกล้าไร้สนิม ที่สามารถเก็บน้ำนมดิบได้ 24 ชั่วโมง โดยไม่บูดเน่า
               อย่างไรก็ตาม เนื่องจากน้ำนมดิบจากบางศูนย์มีปริมาณไม่มากนัก จึงจำเป็นที่ต้องมีการจัดระบบการขนส่งของรถบรรทุกนมไปยังโรงงานผลิตให้มีประสิทธิภาพรวดเร็ว และสามารถบรรทุกนมได้จำนวนมากเต็มปริมาตรการบรรจุของรถบรรทุกเพื่อให้ต้นทุนการขนส่งต่อหน่วยมีค่าต่ำที่สุด
          5. เมื่อรถบรรทุกมาถึงโรงงานกระบวนการแรกของการผลิตนมคือการตรวจคุณภาพของน้ำนมดิบ ถ้าน้ำนมดิบได้คุณภาพตามที่ต้องการจะนำน้ำนมดิบจากรถบรรทุกเข้าสู่ถังพักนมโดยระบบท่อส่ง จากนั้นน้ำนมดิบจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการผลิตทันที
     ข้อจำกัดของการผลิตนมจากกระบวน การนำน้ำนมดิบสู่ถังพักนมของโรงงาน คือ น้ำนมดิบจากรถบรรทุกที่รออยู่หรือมาถึงโรงงานใกล้เคียงกันจะถูกนำเข้าสู่ถังพักนม หลังจากที่น้ำนมดิบจากถังพักนมถูกนำเข้าสู่กระบวนการผลิตแล้ว โรงงานจะต้องทำความสะอาดถังพักนมทันทีเพื่อป้องกันการบูดเสียของนมในลอต (lots) 
     จากข้อจำกัดดังกล่าวทำให้โรงงานผลิตนมของ อ.ส.ค. จังหวัดขอนแก่น มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง หากปริมาณน้ำนมดิบในถังบรรจุของรถบรรทุกมีน้อยเพราะทำให้มีจำนวนครั้งในการขนส่งมากขึ้น นอกจากนี้เรื่องค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดถังพักนม คือ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าสารเคมี และค่าแรงงาน ค่อนข้างสูง
      ปัจจุบันการขนส่งน้ำนมดิบของรถบรรทุกนมส่วนใหญ่จะบรรทุกนมได้ไม่เต็มคันรถ ประกอบกับการที่รถบรรทุกมาถึงโรงงานไม่เป็นเวลาและมาไม่พร้อมกัน ทำให้ไม่สามารถบรรจุนมได้เต็มปริมาณของถังพักนม และทำให้ต้องใช้ถังพักนมที่บรรจุนมก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตจำนวนหลายถังต่อวัน เป็นผลให้โรงงานต้องทำความสะอาดถังวันละหลายครั้งก่อนที่จะบรรจุนมเข้าไปใหม่ ไม่เช่นนั้นจะทำให้น้ำนมที่มาใหม่บูดได้เนื่องจากมีคราบ น้ำนมเก่าติดอยู่ที่ถัง
 
แนะเกษตรกรรวมกลุ่มลดต้นทุน
     ในการศึกษาระบบโลจิสติกส์ของอุตสาหกรรมนม จึงได้เน้นศึกษาเฉพาะกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบถึงโรงงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตารางการขนส่งน้ำนมดิบเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการล้างถังพักนมที่โรงงานและค่าขนส่ง
     โดยการให้รถบรรทุกขนส่งน้ำนมดิบมาถึงโรงงานแบบเป็นเวลาและมาพร้อมกันหลาย ๆ คันในระยะเวลาที่สั้น ทำให้น้ำนมดิบถูกส่งลงสู่ถังพักนมของโรงงานพร้อมเพรียงกัน เพื่อลดจำนวนการใช้ถังพักนมและค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดถังพักนมให้น้อยลง โดยกระบวนการผลิตนมต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
     จากการศึกษาพบว่า กลยุทธ์ในการพัฒนาระบบบริหารจัดการเชิงโลจิสติกส์ ขาเข้า (inbound logistics) ของอุตสาหกรรมนมแยกตามชนิดของตัว    ขับเคลื่อน (driver) ได้แก่ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านการขนส่ง ด้านการจัดการสินค้าคงคลัง และด้านการจัดการข้อมูลและติดต่อสื่อสาร สรุปได้ว่า
          1. ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ในการดำเนินการแปรรูปนมพาสเจอไรซ์นั้น ได้แก่ รถบรรทุก ถังรับน้ำนมดิบ และห้องรับนม เป็นต้น ทั้งในศูนย์และโรงงานจำเป็นต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีความเพียงพอกับการดำเนินการ เช่น ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ หากมีห้องรับน้ำนมดิบไม่เพียงพอจะทำให้เวลาที่ใช้ในการรับน้ำนมดิบจากเกษตรกรเป็นไปด้วยความล่าช้า และส่งผลต่อค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่สูงมากขึ้น ที่สำคัญคืออาจมีผลกระทบต่อคุณภาพของน้ำนมดิบได้
              สำหรับรถที่ใช้ในการบรรทุกน้ำนมดิบนั้นจะต้องมีระบบการดูแลรักษาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อจะทำให้รถบรรทุกมีสภาพที่เหมาะสมในการใช้งาน หากรถบรรทุกคันใดต้องรับน้ำนมดิบจากศูนย์มากกว่า 1 แห่ง แล้วรถบรรทุกคันนั้นควรไปรับน้ำนมดิบจากศูนย์ที่ห่างไกลก่อน เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง
          2. ด้านการขนส่ง สามารถแบ่งการขนส่งนมในช่วงโลจิสติกส์ขาเข้าเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรก เป็นการขนส่งนมของเกษตรกรจากฟาร์มมายังศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ และการขนส่งนมจากศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบมายังโรงงาน การขนส่งระยะแรกเกษตรกรจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ส่วนการขนส่งใน ระยะที่ 2 โรงงานจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนส่ง
              - การขนส่งในระยะที่ 1 การขนส่งนมของเกษตรกรจากฟาร์มมายังศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ เกษตรกรส่วนใหญ่จะส่งน้ำนมดิบมายังโรงงานเอง ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 80) เป็นเกษตรกรรายย่อยที่มีปริมาณน้ำนมดิบน้อยกว่า 200 กิโลกรัม/วัน
                ดังนั้นเพื่อให้เกิดความรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง (economy of scale and economy of distance) เกษตรกรควรมีการรวมกลุ่มในการขนส่ง โดยอาจจะให้เกษตรกรรายใหญ่ที่มีศักยภาพหรือมีความพร้อมเกี่ยวกับรถบรรทุกในการขนส่งเป็นผู้จัดการรวบรวมปริมาณน้ำนมของเกษตรกรรายย่อยที่อยู่ในเส้นทางหรือบริเวณใกล้เคียง
                หมายเหตุ - "ม.ขอนแก่นแนะโรงงานนม แก้ 5 ข้อจำกัดโลจิส ติกส์ขาเข้า" เป็นผลงานวิจัยของ รศ.ดร.กาญจนา เศรษฐนันท์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเกี่ยวกับ  "การบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ขาเข้าของอุตสาหกรรมนม" ได้รับทุนสนับสนุนทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยมีองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) จังหวัดขอนแก่น เป็นกรณีศึกษา
                อย่างไรก็ตาม ในบางพื้นที่อาจจะมีการรวมกลุ่มเพื่อการขนส่งน้ำนมดิบอยู่แล้ว แต่ในหลาย ๆ พื้นที่ยังไม่มีการดำเนินการดังกล่าวอย่างจริงจัง เนื่องมาจากความยุ่งยากในการบริหารจัดการหากมีจำนวนเกษตรกร   รายย่อยจำนวนมาก และมีที่ตั้งของฟาร์มอยู่อย่างกระจัดกระจาย
                กำหนดเวลาที่เกษตรกรมาส่งน้ำนมดิบที่ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบในตอนเช้า คือ 07.00-08.00 น. และตอนเย็น คือ 16.30-17.30 น. เป็นเวลาที่เหมาะสมกับการมา ส่งน้ำนมดิบและสัมพันธ์กับการรีดน้ำนมดิบ เนื่องจากเป็นเวลาที่โคนมให้น้ำนมดิบมากที่สุด
                ดังนั้น การกำหนดเวลาที่เกษตรกรมาส่งน้ำนมดิบที่ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบจะแบ่งช่วงเวลา (time slots) ในแต่ละมื้อ ทั้งในตอนเช้าและตอนเย็น และควรแบ่งเป็นหลายช่วงเพื่อใช้ในการกำหนดให้เกษตรกรแต่ละรายเข้าเป็นช่วงเพื่อทำให้การบริหารจัดการเวลาที่เกษตรกรมาส่งน้ำนมดิบยังศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบมีความยืดหยุ่นและต่อเนื่อง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้กระบวนการรับนมที่ศูนย์เป็นไปอย่างรวดเร็วและลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของอุปกรณ์รับนม ที่สำคัญคือทำให้การขนส่งน้ำนมดิบมายังโรงงานเป็นไปอย่างมี    ประสิทธิภาพ กระบวนการผลิตนมก็เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และจำนวนครั้งของการล้างถังพักนมที่โรงงานและศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบจะลดลง
                ถ้าเกษตรกรมาส่งน้ำนมดิบที่ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบเกินช่วงเวลาที่ศูนย์กำหนด ต้องเสียค่าปรับ ในกรณีดังกล่าวศูนย์ควรนำเงินส่วนที่ได้จากการปรับเกษตรกรที่มาส่งน้ำนมดิบช้ามาให้กับเกษตรกรที่มาส่งน้ำนมดิบตรงเวลาเพื่อให้เกษตรกรมีความกระตือรือร้นในการมาส่งน้ำนมดิบยังศูนย์ให้ตรงเวลา
             - การขนส่งในระยะที่ 2 การขนส่งจากศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบมายังโรงงาน จำเป็นต้องมีการใช้ซอฟต์แวร์ที่เหมาะกับระบบของการขนส่งน้ำนมดิบของโรงงานในปัจจุบัน ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้พัฒนาระบบซอฟต์แวร์ดังกล่าวขึ้นโดยมีเป้าหมายในการเลือกเส้นทางและปริมาณการรับน้ำนมดิบจากศูนย์ต่าง ๆ มายังโรงงานโดยพิจารณาเวลาออกและกลับมายังโรงงาน (time window constraints) ของรถบรรทุกที่ทำให้กระบวนการผลิตนมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และทำให้ค่าใช้จ่ายในการล้างถังพักนมและค่าใช้จ่ายในการขนส่งมีค่าต่ำที่สุด
               ซอฟต์แวร์ที่ได้พัฒนาขึ้นช่วยให้การตัดสินใจในการวางแผนการขนส่งน้ำนมดิบมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพราะสามารถปรับให้ทันต่อความไม่แน่นอนในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ในเวลาที่รวดเร็ว เช่น ปริมาณน้ำนมดิบมีการเปลี่ยนแปลง จำนวนรถที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงหรือการเสียของรถบรรทุกหรือเครื่องจักรในระบบการผลิต เป็นต้น เพื่อให้ระบบการผลิตเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รถบรรทุกแต่ละคันจะต้องมาถึงโรงงานไม่เกินเวลาที่กำหนดเพื่อให้ทันเวลาการผลิตของโรงงาน โดยการกำหนดเวลามาถึงโรงงานจำเป็นต้องพิจารณาเวลาครบรอบของการผลิต (cycle time) เป็นสำคัญ หมายความว่า เวลาในการขนส่งจากศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบมายังโรงงาน รวมกับเวลาตรวจคุณภาพน้ำนมดิบ เวลาขนถ่ายน้ำนมดิบเข้าสู่ถังพักนมของโรงงาน และเวลาเผื่อสำหรับความไม่แน่นอนต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น จะต้องไม่เกินเวลาครบรอบของการผลิต
               รถบรรทุกคันที่ไปรับน้ำนมดิบ 2 รอบต้องได้รับการขนถ่ายน้ำนมดิบในรอบที่ 1 ลงสู่ถังพักนมที่โรงงานก่อนรถบรรทุกคันที่ไปรับน้ำนมดิบเพียงรอบเดียว
               รถบรรทุกที่ต้องไปรับน้ำนมดิบในรอบ ที่ 2 ต้องออกจากโรงงานเวลา 12.00 น. เนื่องจากเมื่อมาถึงโรงงานในรอบที่ 1 ต้องตรวจคุณภาพน้ำนมดิบ 1 ชั่วโมง ขนถ่ายน้ำนมดิบเข้าสู่ถังพักนมของโรงงาน (10 ตัน/ชั่วโมง) และล้างถังของรถบรรทุก 1 ชั่วโมง
               หากพิจารณาถึงน้ำหนักบรรทุกการจัดเส้นทางการเดินทางของรถบรรทุกแต่ละคันจะไปรับน้ำนมดิบจากศูนย์ที่อยู่ไกลที่สุดก่อน เพื่อจะช่วยทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น จากผลการศึกษาวิจัยพบว่า ระบบซอฟต์แวร์การจัดการการขนส่งที่ได้พัฒนาสามารถช่วยให้ อ.ส.ค.ลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 60,000 บาท/ปี
         3. ด้านการจัดการสินค้าคงคลัง ในปัจจุบันเกษตรกรได้นำส่งน้ำนมดิบให้แก่ศูนย์ 2 รอบ คือ ในช่วงเช้าและบ่าย ดังนั้นการจัดการสินค้าคงคลังจึงเป็นเรื่องสำคัญที่นำมาพิจารณาเพื่อลดค่าใช้จ่ายและทำให้การขนส่งน้ำนมดิบมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ซึ่งกลยุทธ์การจัดการสินค้าคงคลังสามารถทำได้โดยการจัดปริมาณนมที่เหมาะสมกับแต่ละรอบของการรับนม (หากศูนย์นั้นมีปริมาณน้ำนมมากและจำเป็นต้องรับน้ำนมดิบมากกว่า 1 รอบ) ควรมีการกะปริมาณน้ำนมดิบที่เหมาะสมกับขนาดของรถบรรทุกที่จะต้องเก็บไว้เพื่อรอให้รถมารับได้ทันทีในตอนเช้าวันถัดไป
             การจัดเก็บปริมาณน้ำนมดิบให้เป็นสินค้าคงคลังดังกล่าว จะช่วยลดเวลาการรอคอยในการรับน้ำนมดิบของรถบรรทุกและทำให้การใช้รถบรรทุกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากรถบรรทุกมีเวลาเพียงพอที่จะสามารถนำไปใช้ในการรับน้ำนมดิบในรอบที่ 2 ได้
         4. ด้านการจัดการข้อมูลและการติดต่อสื่อสาร กลยุทธ์การจัดการข้อมูลและติดต่อสื่อสารระหว่างศูนย์กับเกษตรกรรายใหญ่ เพื่อทราบปริมาณและเวลาการขนส่งน้ำนมดิบ และส่งข้อมูลให้กับโรงงานเพื่อจะได้จัดตารางการรับน้ำนมดิบได้อย่างเหมาะสม โดยการติดต่อประสานงานระหว่างศูนย์กับเกษตรกรรายใหญ่นั้นควรหาแนวทางให้เกษตรกรรายใหญ่มาส่งน้ำนมดิบในช่วง time slot แรก ๆ เพื่อลดเวลาในขั้นตอนการรับน้ำนมดิบลง การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้การรับน้ำนมดิบของรถบรรทุกไปยังโรงงานมีปริมาณที่เพียงพอต่อระบบการผลิต และสามารถไปถึงโรงงานได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นการใช้รถบรรทุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรมีการนำเทคนิคการพยากรณ์ปริมาณน้ำนมดิบในแต่ละฤดูกาลเพื่อนำไปใช้ในการวางแผนการจัดการน้ำนมดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
             จากการศึกษาด้านโลจิสติกส์ของอุตสาหกรรมนม พบว่าการที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์นมมีคุณภาพดี มีต้นทุนต่ำ และสามารถตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วนั้น องค์กรจะต้องมีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะขั้นตอนการนำวัตถุดิบเข้าสู่โรงงาน หรือที่เรียกกันว่า "โลจิสติกส์ขาเข้า"
             ดังนั้นในการวิจัยดังกล่าวจึงได้เสนอกลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อให้การดำเนินงานนั้นมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น

 

ที่มา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
http://www.trf.or.th/News/Content.asp?Art_ID=1553
http://www.trf.or.th/News/Content.asp?Art_ID=1561

จำนวนผู้ชม 15345 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ