พุธ, 29 มี.ค. 2017
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 182 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
แนะนำเบื้องต้นการจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
วันเสาร์ที่ 06 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 22:56 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

โดย รศ.ดร.ดวงพรรณ กริชชาญชัย ศฤงคารินทร์ และ
ผศ.ดรเตือนใจ สมบูรณ์วิวัฒน์

       ปัจจุบันอุตสาหกรรมของประเทศไทยนับว่าเป็นฐานการผลิตที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากปัจจัยเกื้อหนุนหลายด้านทั้งด้านแรงงานและทรัพยากร ทำให้บริษัทผู้ผลิตขนาดใหญ่ รวมทั้งบริษัทข้ามชาติมีการลงทุนในประเทศไทย ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมสนับสนุน ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ส่งมอบ (supplier) ในการผลิตชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบส่งให้บริษัทเหล่านั้น อุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็กของไทย (SME) จึงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
       ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลงความสนใจจาก “ต้นทุน” มาเป็น “คุณภาพ”ของการผลิตและผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่เพิ่มแรงกดดันสู่ SME โดยตั้งมาตรการต่างๆ ในการค้าขายเพื่อให้มั่นใจในด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบ หากแต่ในปัจจุบันคุณภาพของสินค้าอย่างเดียวไม่สามารถจะสร้างความพึงพอใจใหัแก่ลูกค้าได้ อุตสาหกรรมจำเป็นต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าในแง่ของผลิตภัณฑ์, เวลา, สถานที่, ปริมาณ และราคาที่ลูกค้าต้องการ ความต้องการของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญและการแข่งขันที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าทวีความรุนแรงขึ้น บริษัทอุตสาหกรรมและองค์กรต่าง ๆ หันมาสนใจหลักการโซ่อุปทาน (Supply Chain) โดยคิดว่าจะสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มส่วนแบ่งตลาดโดยมีต้นทุนต่ำลง ทั้งยังสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าได้ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่จึงมีแนวโน้มที่จะเรียกร้องให้ SME เพิ่มความเข้าใจและเข้าร่วมระบบการบริหารโซ่อุปทาน (Supply chain management program) เพื่อส่งเสริมการทำงานระหว่างกันให้มีประสิทธิผล และยังเป็นประโยชน์กับ SME ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศได้

ความเข้าใจผิด 7 ประการเกี่ยวกับโลจิสติกส์
       ประการแรก คือความเข้าใจผิดว่าโลจิสติกส์นั้นครอบคลุมถึงโซ่อุปทานแล้ว ในความเป็นจริงนั้น โซ่อุปทานนั้นกว้างใหญ่กว่า ซึ่งว่าด้วยโครงสร้างจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ คือ วัตถุดิบจนถึงมือลูกค้า และโลจิสติกส์เป็นกิจกรรมในโซ่อุปทานที่จะบริหารจัดการโลจิสติกส์เพื่อให้โซ่อุปทานดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
       ประการที่ 2 ข้อเข้าใจผิดว่า โลจิสติกส์คือการขนส่ง ความเข้าใจผิดเกิดจาก การตั้งชื่อบริษัทรถขนส่งที่มักจะติดป้ายข้างรถว่า xxx โลจิสติกส์ ซึ่งในความเป็นจริง การขนส่งคือส่วนหนึ่งของ โลจิสติกส์ เพราะด้วยเหตุที่กิจกรรมโลจิสติกส์ ว่าด้วยการจัดเก็บและเคลื่อนย้ายจากวัตถุดิบจนถึงถือผู้บริโภคในโซ่อุปทานนั้น กิจกรรมที่เห็นชัดในชีวิตประจำวันที่เคลื่อนย้ายให้เห็นคือ การขนส่ง จึงถูกมองว่าโลจิสติกส์ คือ การขนส่ง ซึ่งมองผ่านถึงกิจกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยรวมถึง การบริการจัดการวัตถุดิบ การวางแผนจัดการการผลิต การจัดลำดับตารางการผลิต การจัดการวัสดุคงคลัง การจัดการโกดังสินค้า และกระจายสินค้า ทั้งหมดนี้นับว่าเป็นกิจกรรมโลจิสติกส์ทั้งสิ้น ซึ่งมิใช่การขนส่งอย่างเดียว
       ประการที่ 3 เป็นความเข้าใจผิดต่อเนื่องจากประการที่ 2 คือ เมื่อโลจิสติกส์คือการขนส่ง ดังนั้นการทำให้ระบบโลจิสติกส์ดีขึ้น คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมหมวดต่าง ๆ ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ หากในความเป็นจริงแล้วนั้น โครงสร้างพื้นฐานจะเป็นสิ่งเอื้ออำนวยความสะดวกต่อการไหลของสินค้าจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่งเท่านั้น แต่การขับให้เกิดการไหลอย่างมีประสิทธิภาพนั้นคือระบบบริหารจัดการการไหลบนโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้นการส่งเสริมให้มีโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมที่มีประสิทธิภาพทุกหมวดอย่างแท้จริงนั้นคือ การประกบคู่ไปกับระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพที่เกิดจากการวิเคราะห์การไหลอย่างถ่องแท้แล้ว
       ประการที่ 4 มีความเข้าใจผิดถึงการให้ความสำคัญกับคำว่าโลจิสติกส์ เกินความจริง เพราะโลจิสติกส์ถูกมองว่าเป็นยาเม็ดวิเศษในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจและประเทศ ซึ่งความเป็นแล้วโลจิสติกส์คือ ระบบและกิจกรรมที่เกิดขึ้น การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันนั้นคือการเข้าไปบริหารจัดการกิจกรรมและระบบการไหลนี้
       ประการที่ 5 สาขาวิชาโลจิสติกส์อยู่ในคณะใดของมหาวิทยาลัย ใครควรเป็นเจ้าของหลักสูตรโลจิสติกส์เป็นศาสตร์ด้านบริหารหรือวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมศาสตร์ ในปัจจุบัน วิชาการเรียนการสอนโลจิสติกส์จะปรากฏตามคณะต่าง ๆ ที่เป็นรายวิชา และทั้งเป็นหลักสูตร ถ้าเป็นหลักสูตรจะเห็นชื่อปริญญาทั้ง MBA (Master of Business Administration) , MSC ( Master of Sciences) หรือ M.Eng (Master of Engineering) ดังนั้นการจัดการโลจิสติกส์เป็นศาสตร์สหสาขาวิชา เพราะทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำจะบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพนั้นต้องอาศัยศาสตร์แขนงต่าง ๆ ทั้งเครื่องมือการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบในด้านวิศวกรรมศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ และศาสตร์การบริหารจัดการทั้งระดับกลยุทธ์และระดับปฏิบัติการ ดังนั้นความเป็นสหสาขาวิชาของศาสตร์ด้านนี้จะดำรงอยู่โดยไม่สามารถจะไปกำหนดได้ว่า ควรจะไปอยู่คณะใด หรือกลุ่มคนใดเป็นพิเศษ
       ประการที่ 6 โลจิสติกส์ใช้ใน SMEs ไม่ได้ เพราะมีขอบเขตที่เล็กเกินไป โลจิสติกส์ควรใช้ในระดับประเทศ ในความเป็นจริงแล้ว อะไรก็ตามที่มีกิจกรรมการไหลของวัตถุดิบจนถึงมือผู้บริโภคนั้น จะเกิดการบริหารจัดการโลจิสติกส์ทั้งสิ้น แต่การประยุกต์ใช้จะแตกต่างกันออกไป ทุกกรณีต้องเริ่มจากการวิเคราะห์การไหลในโซ่อุปทานจึงจะทราบว่า กิจกรรมโลจิสติกส์ส่วนใดคือ คอขวด (Bottle neck) หรือ จุดอ่อน แล้วจึงเข้าไปรักษาซ่อมแซมส่วนนั้น ๆ โจทย์ของโซ่อุปทานที่ต่างกัน ก็จะมีการแก้ปัญหา ณ จุดกิจกรรมโลจิสติกส์ที่ต่างกัน
       ประการสุดท้าย คำว่าโลจิสติกส์คือคำย่อที่เกิดขึ้นใหม่หรือไม่ เป็นเพียงค่านิยมที่อีกไม่นานจะเลิกนิยมกันหรือไม่ ความเป็นจริงคือโซ่อุปทานและโลจิสติกส์เป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่แล้วตั้งแต่มีการค้าการขายกันเกิดขึ้นแต่มีการนิยามขึ้นมาเองว่า อาการแบบนี้ ลักษณะแบบนี้ เรียกว่า โซ่อุปทานและโลจิสติกส์ ดังนั้นสิ่งนี้คงยังต้องคงอยู่ต่อไป การบริหารจัดการอาจปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ภายใต้ชื่อที่เปลี่ยนแปลงตามสมัยแต่หลักการและปรัชญาคงยังอยู่ ตราบใดที่โลกธุรกิจอุตสาหกรรมยังต้องผลิตสินค้าไปสู่มือผู้บริโภค
       ความมีเสน่ห์ของศาสตร์นี้คงอยู่ที่ความเป็นสหสาขาวิชาต้องอาศัยศาสตร์หลายแขนงเข้ามาบูรณาการกัน การศึกษาด้านนี้คงมีต่อไป หากผู้บริโภคยังเป็นใหญ่ที่สุดในโซ่อุปทาน ความยากจะอยู่ที่ว่าจะบูรณาการองค์ความรู้เข้าด้วยกันอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานวิจัยและพัฒนาแขนงนี้ยังเป็นที่ต้องการอย่างมากในประเทศไทย การบริหารจัดการองค์ความรู้และการต่อยอดของความคิดควรจะได้รับการสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบูรณาการเข้าด้วยกัน

ที่มา หลักสูตรการพัฒนาผู้บริหารระดับกลาง
โครงการพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมโลจิสติกส์และซัพพลายเชน
โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และเครือข่ายนักวิจัยด้านการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานในประเทศไทย (Thai VCML)


จำนวนผู้ชม 11051 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ