พุธ, 29 มี.ค. 2017
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 124 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
รายงานโลจิสติกส์ของประเทศไทยประจำปี 2552
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
วันเสาร์ที่ 06 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 10:53 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

โดย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

      • ภาพรวมต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศไทยในปี 2551
      • โครงสร้างต้นทุนโลจิสติกส์
      • ต้นทุนการขนส่งสินค้า
      • ต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลัง
      • ต้นทุนการบริหารจัดการโลจิสติกส์
      • สัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)
      • บทสรุปและข้อเสนอแนะ

ภาพรวมต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศไทยในปี 2551
       ในปี 2551 ต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศไทย มีมูลค่ารวมประมาณ1.7 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนเท่ากับร้อยละ 18.6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ณ ราคาประจำปี (GDP at current prices) ซึ่งประกอบด้วย ต้นทุนค่าขนส่งสินค้า 823 พันล้านบาท (ร้อยละ 9.1 ของ GDP) ต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลัง 705 พันล้านบาท (ร้อยละ 7.8 ของ GDP) และต้นทุนการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ 153 พันล้านบาท (ร้อยละ 1.7 ของ GDP)


รูปภาพที่ 1 มูลค่าต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศไทย

       มูลค่าต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศไทยในปี 2551 ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2550 ประมาณร้อยละ 5.2 สะท้อนให้เห็นถึงธุรกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบโลจิสติกส์ที่เติบโตขึ้นในทิศทางเดียวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจในภาพรวมที่มีอัตราเติบโตเท่ากับร้อยละ 6.4
       อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ต้นทุนโลจิสติกส์ยังคงขยายตัวในอัตราที่ลดลงเป็นปีที่สองติดต่อกันนับตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา และเป็นการขยายตัวที่ต่ำกว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวม หรือ GDP ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความพยายาม ในการควบคุมต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของประเทศที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
       ในภาพรวม การขยายตัวของต้นทุนโลจิสติกส์ดังกล่าวนั้น ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการขยายตัวของต้นทุนค่าขนส่งซึ่งได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 8.8 ต่อปี ใกล้เคียงกับอัตราการขยายตัวของปี 2550 ที่ร้อยละ 9.3 ต่อปี ในขณะที่ต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลังของประเทศได้เริ่มสะท้อนให้เห็นถึงการชะลอตัวลงอย่างชัดเจนด้วยอัตราการขยายตัวเพียงร้อยละ 1.3 ต่อปี จากเดิมในปี 2550 ที่สูงถึงร้อยละ 4.2 ต่อปี


รูปภาพที่ 2 แนวโน้มการขยายตัวของต้นทุนโลจิสติกส์และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

โครงสร้างต้นทุนโลจิสติกส์
       ร้อยละ 49 ของต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศไทยในปี 2551 มาจากต้นทุนการขนส่งสินค้า รองลงมาร้อยละ 42 เป็นต้นทุนที่เกิดจากการเก็บรักษาสินค้าคงคลังและส่วนที่เหลือร้อยละ 9.1 เป็นต้นทุนที่เกิดจากการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์
       เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2550 ต้นทุนการขนส่งสินค้ายังคงเป็นต้นทุนที่มีสัดส่วนสูงสุดของต้นทุนโลจิสติกส์ไทย นอกจากนี้ จากอัตราการขยายตัวในระดับสูงของต้นทุนการขนส่งสินค้า ซึ่งสูงกว่าอัตราการขยายตัวของต้นทุนโลจิสติกส์รวม ส่งผลให้สัดส่วนของต้นทุนการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 47.3 ในปี 2550 เป็นร้อยละ 49.0 ในปี 2551 ในขณะที่ต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลังลดลงไปในสัดส่วนใกล้เคียงกันจากร้อยละ 43.6 เป็นร้อยละ 42.0 ของต้นทุนโลจิสติกส์รวม ส่วนต้นทุนการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ยังคงสัดส่วนเดิมที่ร้อยละ 9.1 ของต้นทุนโลจิสติกส์รวม


รูปภาพที่ 3 โครงสร้างต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศไทยและประเทศที่พัฒนาแล้ว

       หากเปรียบเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว พบว่าในปัจจุบันโครงสร้างต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศไทยที่ร้อยละ 49: 42: 9 (ต้นทุนขนส่ง: ต้นทุนสินค้าคงคลัง: ต้นทุนบริหารจัดการ) นั้น ยังคงมีความแตกต่างจากโครงสร้างต้นทุนของประเทศที่พัฒนาแล้วซึ่งสามารถใช้เป็นแบบอย่างที่ดีได้ (Best Practice) เช่น ประเทศญี่ปุ่น และประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีโครงสร้างของต้นทุนหลักเป็น 65: 30: 5 และ 63: 32: 3 ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีศักยภาพที่จะลดสัดส่วนของต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลังได้อีกประมาณร้อยละ 10 จากการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

"ประเทศไทยยังมีศักยภาพที่จะลดสัดส่วนของต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลังได้อีกประมาณร้อยละ 10 จากการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น"

ต้นทุนการขนส่งสินค้า
      ในปี 2551 ต้นทุนการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 823 พันล้านบาท จาก 757 พันล้านบาทในปี 2550 คิดเป็นอัตราเติบโตประมาณร้อยละ 8.8 ต่อปี สูงกว่าอัตราเติบโตของต้นทุนโลจิสติกส์รวมที่ร้อยละ 5.2 ต่อปี โดยมีสาเหตุสำคัญเนื่องจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2549 (ร้อยละ 21.8 ในปี 2550 และ ร้อยละ 28.2 ต่อปีในปี 2551) ซึ่งเป็นการขยายตัวที่รวดเร็วกว่าแนวโน้มการลดปริมาณการใช้น้ำมันในช่วงเวลาเดียวกัน จึงส่งผลให้ต้นทุนค่า
      ขนส่งของประเทศไทยซึ่งมีค่าเชื้อเพลิงกว่าร้อยละ 30 ของต้นทุนการดำเนินงานรวม ยังมีการขยายตัวในระดับสูง ทั้งนี้ กว่าครึ่งหนึ่งของต้นทุนการขนส่งสินค้า (ร้อยละ 52) ยังคงเป็นต้นทุนที่เกิดจากการขนส่งทางถนนซึ่งเป็นรูปแบบการขนส่งที่มีต้นทุนต่อหน่วยการขนส่งสูงที่สุด รองลงมาเป็นต้นทุนที่เกิดจากการขนส่งทางน้ำ (ร้อยละ 21.5) และบริการเกี่ยวเนื่องกับการขนส่งอื่นๆ ซึ่งรวมถึงบริการโลจิสติกส์บุคคลที่สาม(ร้อยละ 20.9) ตามลำดับ


รูปภาพที่ 4 แนวโน้มต้นทุนการขนส่งสินค้าและอัตราขยายตัวราคาน้ำมันและปริมาณการใช้น้ำมันดีเซล


ต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลัง
       ในปี 2551 ต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลังมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเพียงเล็กน้อยด้วยอัตราการขยายตัวเพียงร้อยละ 1.3 ต่อปี จากมูลค่า 696 พันล้านบาท เพิ่มเป็น 705 พันล้านบาทซึ่งเป็นอัตราที่ชะลอตัวลงจากร้อยละ 4.2 ต่อปีในปี 2550 โดยมีสาเหตุสำคัญเนื่องจาก (1) ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมหลักๆได้ตระหนักถึงความสำคัญและเข้าใจหลักการบริหารกระบวนการโลจิสติกส์ภายในสถานประกอบการมากขึ้น และสามารถปรับลดปริมาณการถือครองสินค้า รวมทั้งบริหารจัดการสินค้าคงคลังของตนเองด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้อย่างรัดกุมและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ได้มีการเปลี่ยนวิธีการผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อมากขึ้น จนทำให้ระยะเวลาการส่งมอบสินค้า (Lead Time) โดยรวมลดลง และระดับการสะสมสต๊อกของวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปไม่เพิ่มขึ้นมากนัก และ (2) การลดลงเล็กน้อยของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (MLR) จากร้อยละ 7.21 เป็นร้อยละ 7.17 ต่อปี
        หมายเหตุ ปัจจุบัน สศช. อยู่ระหว่างการจ้างบริษัทที่ปรึกษาสำรวจต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลังของประเทศไทย ภายใต้โครงการศึกษาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมสาขาโลจิสติกส์ไทย ระยะที่ 3 ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2553


รูปภาพที่ 5 แนวโน้มต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลังและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้าชั้นดี (MLR)


ต้นทุนการบริหารจัดการโลจิสติกส์
      ในปี 2551 ต้นทุนการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์มีมูลค่าเท่ากับ 153 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 145 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตร้อยละ 5.2 ซึ่งมีทิศทางเดียวกับการขยายตัวของต้นทุนค่าขนส่งและต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลัง เนื่องจากในปัจจุบันประเทศไทยยังอ้างอิงสมมติฐานการคำนวณต้นทุนการบริหารจัดการโลจิสติกส์ เท่ากับ ร้อยละ 10 ของผลรวมต้นทุนค่าขนส่งและต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลัง
      หมายเหตุ รายงานผลโครงการศึกษาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมสาขาโลจิสติกส์ไทย ระยะที่ 2 พบว่า ต้นทุนการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ของผู้ประกอบการไทย มีค่าประมาณร้อยละ 8 ของผลรวมต้นทุนค่าขนส่งและต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลัง (โดยใช้วิธีค่าเฉลี่ยเรขาคณิต ตามขนาดบริษัท) ซึ่งช่วยยืนยันความแม่นยำของสมมติฐานการคำนวณต้นทุนการบริหารจัดการโลจิสติกส์ของแบบจำลองปัจจุบัน

สัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)
      ต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP ของประเทศไทยในปี 2551 เท่ากับ ร้อยละ 18.6 ต่อ GDP ลดลงเล็กน้อยประมาณร้อยละ 0.2 ต่อ GDP จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลของการเคลื่อนไหวสวนทางกันของปัจจัยหลัก 2 ประการ ได้แก่ (1) การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลัง จากร้อยละ 8.2 ต่อ GDP เหลือร้อยละ 7.8 ต่อ GDP (+) และ (2) ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 8.9 ต่อ GDP เป็นร้อยละ 9.1 ต่อ GDP ในช่วงเวลาเดียวกัน (-)


รูปภาพที่ 6 แนวโน้มต้นทุนการบริหารจัดการโลจิสติกส์

 

หมายเหตุ มีการปรับปรุงข้อมูลของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศและต้นทุนโลจิสติกส์ในปี 2549 และ 2550 ตามข้อมูลรายได้ประชาชาติ พ.ศ. 2551

บทสรุปและข้อเสนอแนะ
      แนวโน้มของต้นทุนค่าขนส่งสินค้าที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2551 ทำให้การลดลงของต้นทุนโลจิสติกส์ในภาพรวมมีแนวโน้มลดลงช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ กล่าวคือ ลดลงเพียงร้อยละ0.2 ต่อ GDP ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตามเป้าหมายที่ร้อยละ 0.7 ต่อ GDP ต่อปี ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นดังกล่าว ได้แก่ ราคาน้ำ มันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในปี 2551 และจากการดำเนินโครงการสำคัญที่ไม่เป็นไปตามแผน เช่น ความล่าช้าในการดำเนินโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศภายในองค์กร (Back Office) เพื่อเชื่อมโยงกับระบบ National Single Window (NSW) และการลดขั้นตอนการดำเนินงานของหน่วยงานออกใบรับรองและใบอนุญาตต่างๆ ความล่าช้าในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งเพื่อการประหยัดพลังงาน (Modal Shift) เนื่องจากไม่สามารถจัดหาหัวรถจักรและแคร่บรรทุกสินค้าทางรางได้ตามแผน การขาดท่าเรือเฉพาะสำหรับอำนวยความสะดวกแก่การขนส่งชายฝั่ง และการดำเนินโครงการยกระดับความเป็นมืออาชีพของพนักงานขับรถบรรทุกที่ยังไม่สามารถขยายความครอบคลุมไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศซึ่งโครงการดังกล่าวมีศักยภาพในการช่วยประหยัดต้นทุนการขนส่งทางถนนได้ถึงร้อยละ15-20 ในระยะเวลาอันสั้น นอกจากนี้ คาดว่าจำเป็นต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการที่ผลจากการพัฒนาความรู้และทักษะให้แก่บุคลากรด้านโลจิสติกส์ในสถานประกอบการรวมกว่า48,000 คน จะส่งผลให้เกิดการประหยัดต้นทุนโลจิสติกส์และการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการจากประสิทธิภาพของระบบโลจิสติกส์อย่างชัดเจน เนื่องด้วยการนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในกระบวนการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 ปี ดังนั้น กลยุทธ์ระยะสั้นสำหรับการดำเนินงานในช่วงต่อไป ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งผลักดันแผนงานที่ยังมีความล่าช้าให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยเฉพาะโครงการพัฒนาคนขับรถบรรทุก และการขยายกิจกรรมการพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์ในสถานประกอบการ ซึ่งทั้ง 2 แผนงานนี้ เป็นกิจกรรมที่สามารถดำเนินการได้ไม่ยาก มีต้นทุนการดำเนินงานต่ำ และให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนในระยะเวลาอันสั้น เมื่อเปรียบเทียบกับการวางระบบโครงสร้างพื้นฐานขนส่งที่มีประสิทธิภาพซึ่งอาจใช้ระยะเวลานานและต้นทุนที่สูงกว่า ซึ่งนอกจากจะส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าลดลงแก่ภาคธุรกิจแล้ว ยังก่อให้เกิดประโยชน์เรื่องของความตรงต่อเวลาของบริการ การลดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยของการขนส่งทางถนนให้แก่ประชาชนทั่วไปอีกด้วย
     หมายเหตุ เป้าหมายการลดต้นทุนโลจิสติกส์จากร้อยละ 18.8 ในปี 2550 เป็นร้อยละ 16.0 ในปี 2554 (หรือเฉลี่ยประมาณร้อยละ 0.7 ต่อ GDP ต่อ ปี)

"การทดลองของบริษัทตรีเพชรอีซูซุ ประเทศไทยพร้อมกับการศึกษาเรื่อง Best Practice ในการบริหารจัดการขนส่งเพื่อการประหยัดพลังงานของสภาวิศวกร พ.ศ.2547 และการศึกษา Green Logistics ของ JETRO ให้ผลการศึกษาตรงกันว่าหากมีการอบรมพนักงานขับรถบรรทุกให้ขับรถอย่างถูกหลักและได้มาตรฐานระดับมืออาชีพแล้วจะช่วยประหยัดพลังงานได้ถึงร้อยละ 15-20 และลดอุบัติเหตุจาก 2 กรณีต่อ 1 ล้านกิโลเมตร เหลือ 1.5 กรณีต่อ 1 ล้านกิโลเมตร"

 

เอกสารประกอบ
ตารางแนบ 1: ต้นทุนโลจิสติกส์ และสัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ ต่อ GDP ของประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2543 – 2551p

ตารางแนบ 2: ต้นทุนการขนส่งสินค้าต่อ GDP แยกองค์ประกอบ ระหว่างปี พ.ศ. 2543 – 2551p

ตารางแนบ 3: แนวโน้มการขยายตัวของต้นทุนโลจิสติกส์ และมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ระหว่างปี พ.ศ. 2543 – 2551p


Full Report


ที่มา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
www.nesdb.go.th


จำนวนผู้ชม 11580 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ