พุธ, 29 มี.ค. 2017
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 133 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
โลจิสติกส์แบบ Just In Time ในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
วันเสาร์ที่ 09 มกราคม 2010 เวลา 08:29 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

โดย ผศ.ดร. สถาพร อมรสวัสดิ์วัฒนา

 

       การบริหารต้นทุนด้านโลจิสติกส์ในการก่อสร้างให้ประสบความสำเร็จจะต้องอาศัยการวางแผนที่ดี และการจัดการในแต่ละวันที่รวดเร็ว ต้องทำร่วมกันระหว่างผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา และผู้จำหน่ายวัสดุ
       กระบวนการก่อสร้างเป็นการรวมผู้รับเหมาต่างๆ ร่วมกันก่อสร้างอาคาร ซึ่งมักจะประสบกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเสมอ การจัดส่งวัตถุดิบโดยส่วนใหญ่จะไม่มีการวางแผน ส่งผลให้การจัดส่งแบบเร่งด่วน (express delivery) ถูกนำมาใช้ในการจัดส่งวัตถุดิบมากที่สุด
       ดังนั้นความท้าทายที่สำคัญในอุตสาหกรรมก่อสร้างก็คือ การลดความสุญเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการ เพื่อลดต้นทุนการก่อสร้าง
       โดยทั่วไปต้นทุนของการก่อสร้างในแต่ละประเทศไม่เท่ากัน อาทิ ประเทศเดนมาร์ก จะมีโครงสร้างต้นทุนของการสร้างบ้านเป็นค่าวัสดุ 50% ค่าแรงงาน 30% ค่าเช่าอุปกรณ์ 5% และค่าใช้จ่ายด้านการออกแบบ บริหารจัดการ รวมทั้งค่าควบคุมงานอีก 15%

ปัญหาด้านโลจิสติกส์ในการก่อสร้าง
       โดยส่วนใหญ่แล้วผู้รับเหมาจะขาดการวางแผนที่ดีด้านการจัดการโลจิสติกส์ การสั่งซื้อวัสดุจะเกิดขึ้นเมื่อการก่อสร้างต้องหยุดชะงัก เนื่องจากวัตถุดิบไม่เพียงพอต่อการส่งผลให้เกิดความล่าช้าและเสียเวลาในการทำงานบ่อยครั้ง 
       นอกจากนี้ต้นทุนยังเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากการใช้การขนส่งแบบเร่งด่วนในการส่งมอบ การที่ไม่มีการวางแผนการส่งมอบวัตถุดิบมาที่ไซท์งาน นอกจากทำให้เกิดความล่าช้าแล้ว บางครั้งอาจทำให้เกิดการจัดเก็บสต๊อกของวัตถุดิบที่เกินความจำเป็น ซึ่งไซท์งานส่วนใหญ่จะมีพื้นที่จำกัดและส่งผลให้เกิดให้เกิดการหยุดชะงักของงาน การขนย้ายวัสดุเกินความจำเป็น การสูญเสียการจัดเก็บ จากงานวิจัยพบว่า การจัดการส่งมอบวัสดุที่ขาดประสิทธิภาพส่งผลต่อต้นทุนด้านวัสดุที่สูงขึ้น 10-15% 
       สถาบันวิจัยการก่อสร้างแห่งประเทศเดนมาร์ก (Danish Building Research Institute) ได้ทำการศึกษาถึงการนำระบบการผลิตแบบทันเวลา (Just In Time: JIT) มาใช้ในการก่อสร้างเพื่อลดต้นทุนในการก่อสร้างโดยเน้นไปที่การปรับปรุงกระบวนการโลจิสติกส์ ซึ่งได้มีการสำรวจภาคสนามในกระบวนการก่อสร้างทั้งหมด นอกเหนือไปจากการสัมภาษณ์สถาปนิก วิศวกร และผู้รับเหมาแล้ว ยังทำการสัมภาษณ์ผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้ค้าส่ง และผู้ค้าปลีกวัสดุก่อสร้างอีกด้วย
       จากการวิจัยได้ค้นพบปัญหาที่สำคัญ 9 ด้าน ได้แก่ การขนถ่ายภายในไซท์งาน การเก็บวัสดุภายในไซท์งาน ความสูญเสียในการทำงาน การสูญหายจากการลักขโมย การขาดแคลนวัตถุดิบ การส่งมอบที่ผิดพลาด การส่งคืนกลับวัตถุดิบ การแตกหักของวัสดุ และความเสียหายต่องานที่ทำเสร็จแล้ว ซึ่งปัญหาต่างๆ เหล่านี้มักจะเกิดขึ้นซ้ำซากเพราะถูกมองข้ามจากผู้บริหารโดยมีสาเหตุมาจากขาดการวางแผนของการทำงานและการส่งมอบวัสดุ การได้รับส่วนลดหากสั่งซื้อเป็นปริมาณมาก ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการออกแบบ และความผิดพลาดของคน

แนวคิดด้านโลจิสติกส์ในการก่อสร้าง
       จากกระบวนการผลิตแบบโตโยต้า การจัดการโลจิสติกส์ในกระบวนการก่อสร้างจะนำมาใช้เพื่อลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมดในกระบวนการก่อสร้างโดยไม่เพียงแต่พิจารณาต้นทุนทางด้านขนส่งเท่านั้น แต่จะพิจารณาถึงต้นทุนในการก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับการส่งมอบวัตถุดิบ
       แนวคิดจากการนำระบบ JIT มาพัฒนาในงานก่อสร้าง โดยทำการกำหนดวัตถุดิบที่จะต้องนำมาใช้ตั้งแต่ในขั้นตอนของการออกแบบในรายละเอียดและการวางแผนกิจกรรมต่างๆ นั้น วัตถุดิบที่ต้องการจะถูกนำมาเตรียมไว้ให้เพียงพอแค่วันต่อวัน มีการเผื่อไว้โดยทำการแพ็ควัตถุดิบไว้เป็นชุดแยกตามกิจกรรมที่ต้องใช้และมีการกำหนดหมายเลขของแต่ละแพ็ค ซึ่งความคิดนี้นำมาจากผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์สวีเดน IKEA ซึ่งจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์แบบน็อคดาวน์ที่ให้ลูกค้าเป็นผู้ประกอบติดตั้งโดยที่มีอุปกรณ์และคำแนะนำในการติดตั้งมาพร้อมกัน นอกจากนี้ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างไซท์งานและผู้ค้าส่งจะสามารถทำให้กระบวนการจัดเตรียมวัสดุ การแพ็ค และการส่งมอบวัตถุดิบนั้นเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยให้ผู้แทนจำหน่ายหรือดีลเลอร์เป็นผู้ใช้คลังสินค้าของตนเองเป็นห้องเก็บวัสดุของไซด์งานก่อสร้าง โดยที่แพ็คของวัสดุก่อสร้างจะถูกลำเลียงไปจากคลังสินค้านี้เพื่อทำการจัดส่งตามความก้าวหน้าในการก่อสร้าง การจัดส่งสินค้าจะรวมสินค้าของผู้รับเหมาแต่ละรายในการจัดส่งเดียวกันเพื่อลดต้นทุนของการขนส่ง คนขับรถของดีลเลอร์นี้จะถูกกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของทีมก่อสร้างด้วย เนื่องจากคนขับรถนี้จะทราบถึงขั้นตอนและความก้าวหน้าของอาคารที่ทำการก่อสร้างในแต่ละวันด้วย
       จะเห็นได้ว่าการบริหารต้นทุนด้านโลจิสติกส์ในการก่อสร้างให้ประสบความสำเร็จได้จะต้องอาศัยการวางแผนที่ดีและการจัดการในแต่ละวันที่รวดเร็ว 
       การวางแผนที่ดีนั้นจำเป็นที่ต้องมีการออกแบบในรายละเอียด (detail design) เสร็จสิ้นสมบูรณ์ก่อนที่กระบวนการก่อสร้างจะเริ่มต้น เพื่อที่จะสามารถคำนวณหาประเภทของวัสดุก่อสร้างที่จำเป็นต้องใช้ รวมถึงปริมาณและเวลาที่ต้องการด้วย ซึ่งทำให้ตารางการส่งมอบวัสดุต่างๆ สามารถกำหนดให้ครอบคลุมและช่วงเวลาต่างๆ ในการก่อสร้างได้
       การวางแผนต้องทำร่วมกันระหว่างผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา และผู้จำหน่ายวัสดุ ซึ่งจะส่งผลให้ความเข้าใจในการก่อสร้างอาคารดีขึ้นและได้แลกเปลี่ยนความคิดที่เหมาะสมโดยไม่ต้องพึ่งพาการส่งมอบเร่งด่วน
       นอกจากนี้การก่อสร้างอาคารหรือโครงการที่มีขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนควรกำหนดให้มีผู้จัดการฝ่ายโลจิสติกส์ ซึ่งรับผิดชอบในการดูแลกิจกรรมทั้งหมดในด้านการจัดซื้อละส่งมอบวัสดุ รวมถึงการจัดหารเครื่องมือและอุปกรณ์ในการขนย้ายวัสดุที่เหมาะสมด้วย
       การนำระบบ IT เข้ามาใช้ในการวางแผนโดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุนโลจิสติกส์ที่สามารถทำได้โดยระบบ EDI ที่เชื่อมโยงข้อมูลของแต่ละฝ่ายเข้าด้วยกันไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมา ผู้จำหน่ายวัสดุ รวมถึงผู้จัดการโครงการ ทำให้การจัดการโลจิสติกส์ที่มีประสทธิภาพดีและสามารถลดต้นทุนที่ไม่เกิดมูลค่าได้


แหล่งข้อมูล: บทความเรื่อง "Just-In-Time Logistics in the Supply of Building Materials" ในที่ประชุมวิชาการ International Conference of Construction Industry Development: Building the future Together ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 9-11 ธันวาคม ปี 2540 โดย Sven Bertelsen และ Jorgen Nielsen

 

ที่มา logisticsdigest, 8 ม.ค. 2553
http://www.logisticsdigest.com/index.php?option=com_content&task=view&id=3363&Itemid=1


จำนวนผู้ชม 12780 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ