อาทิตย์, 30 เม.ย. 2017
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 139 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
การปรับปรุงกระบวนการการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) ของหน่วยงานภาครัฐ
User Rating: / 3
แย่ดีที่สุด 
วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม 2009 เวลา 23:00 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

โดย รัชนี รัดเขื่อนขันธ์ ( อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน ) 2552
บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม
สาขาการจัดการโลจิสติกส์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

         ปัจจุบันเกิดวิกฤตเศรษฐกิจทุกภูมิภาคทั่วโลก  ทำให้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทย ซบเซาลงตามไปด้วย หลายองค์กรต้องประคับประคองตัวเองให้อยู่รอด และมีหลายหลายองค์กรต้องหยุดกิจการและให้พนักงานออกจากงานไปแล้ว ดังนั้นองค์กรจะอยู่รอดได้ ต้องมีการลดต้นทุนดำเนินการด้านต่าง ๆ ลง เช่น ค่าจ้างพนักงาน ค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค และลดต้นทุนในการผลิต เป็นต้น หลายองค์กรได้หันมาให้ความสำคัญกับงานจัดซื้อจัดจ้างวัสดุอุปกรณ์ รวมถึงวัตถุดิบผลิตซึ่งเป็นหนึ่งในต้นทุนการผลิต โดยมุ่งเน้นหาวิธีการใหม่ ๆ ที่จะช่วยทำให้ต้นทุนราคาวัสดุอุปกรณ์และวัตถุดิบลดลง ทั้งยังลดระยะเวลาการจัดซื้อจัดจ้าง เพิ่มความสามารถในการเจรจาต่อรองราคา  สรรหาผู้ขายผู้รับจ้างที่มีคุณภาพ และเกิดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อจัดจ้าง (Ordering Cost) ต่ำที่สุด ทั้งยังช่วยป้องกัน และสอดส่องการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างขององค์กร ทำให้เกิดความโปร่งใส และเกิดความเสมอภาคทางการค้า ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น มีวิธีหนึ่งที่สามารนำมาใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างนั่นคือการซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction)
         ในประเทศไทยการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) ถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ และมีองค์กรที่นำระบบนี้ไปใช้น้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วซึ่งส่วนใหญ่วิธีการจัดซื้อจัดจ้างนี้จะถูกนำมาใช้กับหน่วยงานภาครัฐมากกว่าหน่วยงานเอกชน โดย เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2547 รัฐบาลได้มีมติคณะรัฐมนตรี กำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐทุกแห่ง ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์(e-Auction) ตามประกาศของกระทรวงการคลัง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 เป็นต้นมา เพื่อมุ่งเน้นในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการการจัดซื้อจัดจ้างทั้งภาครัฐ และเอกชน โดยในส่วนของภาครัฐจะเน้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยสนับสนุนกระบวนการทำงานในภาครัฐให้มีความรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการบริหารทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่งผลให้ภาครัฐสามารถปฏิบัติหน้าที่ในการสนับสนุนองค์กรธุรกิจ ให้มีความแข็งแกร่งและร่วมกันพัฒนาประเทศชาติให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน
         ปัจจุบันการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์นั้น ใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 โดยมีกำหนดให้เริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2549 เป็นต้นมา ซึ่งใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุอุปกรณ์ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ทั้งนี้ไม่ใช้บังคับการจ้างที่ปรึกษา การจ้างออกแบบ และควบคุมงาน การซื้อ/จ้างโดยวิธีพิเศษ และวิธีกรณีพิเศษ (กรมบัญชีกลาง, 2552)
         ในการพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในประเทศไทยนั้นควรมีวัตถุประสงค์อันประกอบด้วยเป้าหมายดังนี้คือ (1) ควรมีประสิทธิภาพ (Efficiency) ในการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าหรือบริการให้ได้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ (2) ความพร้อมรับผิด (Accountability) และการสร้างระบบธรรมาภิบาล (Good governance) โดยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบระบบการจัดซื้อจัดจ้างควรต้องมีความพร้อมรับผิดต่อการตัดสินใจของตน (3) ความโปร่งใส (Transparency) โดยกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างต้องเป็นกระบวนการที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และ (4) ความคุ้มค่า (Value for money) เพื่อลดปัญหาการที่หน่วยงานรัฐซื้อสินค้าหรือบริการในราคาแพงกว่าการจัดซื้อโดยภาคเอกชน ซึ่งมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่มีความยุ่งยาก (พนิดา ทรัพย์อุดม, 2547)

กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์(e-Auction)
        กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 ประกอบด้วย 14 ขั้นตอนดังนี้ (กรมส่งเสริมสหกรณ์, 2552)
            1) เตรียมการวางแผนจัดหาพัสดุ และจัดทำรายงานเพื่อขอความเห็นชอบจากหัวหน้าส่วนราชการ ในการดำเนินการจัดหาพัสดุโดยวิธีประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction)
            2)  แต่งตั้งคณะกรรมการจัดหาโดยวิธีการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
            3) คัดเลือกผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Market Place Service Provider) โดยคัดเลือกจากจากทะเบียนรายชื่อของกรมบัญชีกลาง
            4) เตรียมเอกสารเพื่อดำเนินการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วยเอกสารที่ต้องดำเนินการก่อนเข้าสู่กระบวนการประมูล และเอกสารที่ต้องใช้หลังการประมูล
            5) ประกาศเชิญชวนผู้ค้าเข้าร่วมการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยผ่านทางเว็บไซต์ของส่วนราชการที่ต้องการจัดหาพัสดุ และเว็บไซต์ของศูนย์จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ กรมบัญชีกลาง
            6) ผู้ค้ายื่นเอกสารการประมูลทางเทคนิคให้กับส่วนราชการตาม วัน เวลา และสถานที่ที่กำหนดไว้ในประกาศเชิญชวนฯ
            7)  คัดเลือกและขออนุมัติผู้ค้าที่มีสิทธิเข้าร่วมการประมูลราคา
            8) ประมูลราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
            9) สรุปผลการประมูลเสนอหัวหน้าส่วนราชการที่มีอำนาจสั่งซื้อสั่งจ้าง
            10) ประกาศผลผู้ชนะการประมูล
            11) รายงานผลการจัดซื้อจัดจ้างให้สำนักพัฒนามาตรฐานระบบพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ทราบ
            12) จัดส่งสำเนาประกาศผลผู้ชนะการประมูลให้ผู้ให้บริการตลาดกลางฯ เพื่อให้ผู้ให้บริการตลาดกลางฯ ส่งใบแจ้งหนี้ไปยังผู้ชนะการประมูล
            13) การทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง
            14) ตรวจรับวัสดุอุปกรณ์

 รูปที่ 1 ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction)
            ที่มา: สรวิศ รัตนพิไชย (2550)

ข้อดีและข้อเสียของการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction)
        ข้อดี คือ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดซื้อจัดจ้างโดยการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์นั้นจะก่อให้เกิดความโปร่งใสมากกว่าการจัดซื้อจัดจ้างรูปแบบเดิม และทำให้เกิดการลดต้นทุนดำเนินการของทั้งภาครัฐ และผู้ค้ากับหน่วยงานภาครัฐ (น.ส.ศิริพร ยศมูล, 2551)
        ข้อเสีย คือ ในเรื่องความรวดเร็วในการดำเนินการ ยังไม่สามารถทำให้เกิดความรวดเร็วในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้เนื่องจากมีขั้นตอนมากขึ้น รวมทั้งมีความยุ่งยากซับซ้อนในกระบวนการเพื่อให้เกิดความโปร่งใส สามารถตรวจสอบกลับได้ (ศิริพร ยศมูล, 2551)

การปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) ของหน่วยงานภาครัฐ
        การปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) ของหน่วยงานภาครัฐนั้น สามารถนำแนวคิดของ Hammer (1990) ซึ่งได้กล่าวถึงการปรับปรุงกระบวนการธุรกิจ (Business Process Reengineering; BPR) ว่ามีหลักสำคัญคือ การวิเคราะห์และการออกแบบกระบวนงานใหม่ (Redesign) ให้กับกระบวนงานและกฎระเบียบเก่าๆ ในขณะเดียวกันต้องเสริมสร้างกระบวนการนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยการคำนึงถึงกระบวนงานในภาพรวมขององค์กรเป็นหลัก แทนที่จะเป็นการมองไปที่กระบวนของของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง โดยมีหลักสำคัญ 7 ประการดังนี้
            1) เน้นที่ผลลัพธ์ซึ่งในการปรับปรุงกระบวนการ (Reengineering) ได้ให้ความสนใจที่เป้าหมาย (Objective or Outcome Oriented) มากกว่าตัวงาน (Tasks) ดังนั้น จึงสนับสนุนให้มีทีมงานเพียงหนึ่งทีมที่ทำงานทุกขั้นตอนของกระบวนงานหนึ่ง ๆ เพื่อลดระยะเวลาในการดำเนินงาน (Time-Overhead) ที่บุคคลต้องติดต่อหรือถ่ายทอดงานกัน และเพิ่มประสิทธิภาพของงาน เนื่องจากมีผู้ที่รู้กระบวนงาน และสถานะทั้งหมดในภาพรวม
            2) หน่วยงานเบ็ดเสร็จ คือ แนวความคิดที่ให้ผู้ที่ต้องการผลของกระบวนงานเป็นผู้ดำเนินกระบวนงานนั้นเอง นั่นคือ หน่วยงานสามารถมีบทบาทและหน้าที่ได้มากกว่าหนึ่งบทบาท
            3) รวมข้อมูล คือ การผนวกรวมการผลิต และการประมวลผลข้อมูลให้อยู่ในบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานเดียวกัน
            4) กระจายทรัพยากร ทรัพยากรขององค์กรควรมีการกระจายเพื่อเพิ่มความคล่องตัว และความสะดวกในการใช้งาน แต่ต้องสามารถบริหารจัดการได้จากจุดเดียว ซึ่งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรที่กระจายเหล่านั้น เช่น ข้อมูลสารสนเทศ เป็นต้น
            5) ทำงานอย่างคู่ขนาน คือ แนวความคิดที่ให้องค์กรทำการเชื่อมโยงกิจกรรมที่ทำอย่างคู่ขนานกันในขณะที่มันกำลังดำเนินการอยู่แทนที่จะทำเป็นลำดับ
            6) ลดลำดับการสั่งการ คือ การทำระดับการบริหารให้แบนเรียบขึ้น และให้อำนาจการตัดสินใจในจุดที่เกิดกระบวนการทำงานขึ้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตัดสินใจในงานที่เขาทำได้ด้วยตนเอง
            7) ดึงข้อมูลจากแหล่งต้นทางเพื่อเป็นการลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล ข้อมูลจึงควรถูกรวบรวมแค่ครั้งเดียวและจากแหล่งกำเนิดข้อมูลเอง แล้วค่อยแบ่งปันข้อมูล (Share) ผ่านทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
       การปรับปรุงกระบวนการธุรกิจ (BPR) ไม่ใช่งานที่ต่างคนต่างทำ แต่ต้องทำข้ามกระบวนงานซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายหน่วยงานในองค์กร ดังนั้นการได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารจึงเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งสู่ความสำเร็จ ทั้งนี้นอกจากจะทำให้การควบคุม และตัดสินใจครอบคลุมกระบวนการทั้งหมดแล้ว ยังทำให้มองเห็นภาพรวมขององค์กรด้วย
       สรวิศ รัตนพิไชย (2550) ได้ศึกษากระบวนจัดซื้อจัดจ้างในปัจจุบันภายใต้กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และมติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดหาพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) กรณีศึกษาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้วนำเสนอแนวทางการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการจัดซื้อจัดหาพัสดุเพื่อทำให้ระยะเวลาดำเนินการจัดซื้อจัดหารวม (Total Purchasing Cycle Time) ลดลง นำไปสู่การลดมูลค่าพัสดุคงคลัง (Inventory)
       ในการศึกษาดังกล่าว ได้เก็บข้อมูลการจัดซื้อจัดหา สัมภาษณ์หน่วยงาน และผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงศึกษาโครงสร้างองค์กรการจัดซื้อ โซ่อุปทานของกรณีศึกษา และ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานกรณีศึกษา จากนั้นจะทำการปรับปรุงกระบวนการ (Improvement) ทางธุรกิจใหม่ และวิเคราะห์ถึงผลดีที่จะได้รับ หากมีการปรับปรุงกระบวนการใหม่ โดยการใช้จำลองแบบสถานการณ์ (Simulation Model) เป็นเครื่องมือในการพิสูจน์ผลลัพธ์ของกระบวนการใหม่ดังกล่าวเปรียบเทียบกับกระบวน การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) ในปัจจุบันและวัดประสิทธิภาพของกระบวน การจัดซื้อจัดจ้างใหม่ตามหลักการของแบบจำลองอ้างอิงการดำเนินงานในโซ่อุปาน (SCOR Model) ด้วย
       ในการปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) เพื่อลดระยะเวลาดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างรวม (Total Purchasing Cycle Time) นั้น ได้ดำเนินการปรับปรุงตามแนวคิดการปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ (Business Process Reengineering หรือ BPR) ของ Hammer (1990) เพื่อลดขั้นตอน การดำเนินงาน หรือดำเนินการคู่ขนาน ซึ่งจากการศึกษาพบว่าเมื่อปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดหาตามแนวคิดดังกล่าวแล้ว จะสามารถลดระยะเวลาดำเนินการจัดซื้อจัดหารวมลงได้ในช่วงตั้งแต่ 12.33% ถึง 34.88% และมูลค่าพัสดุคงคลัง (Inventory) ลดลงได้ในช่วงตั้งแต่ 9.13% ถึง 25.83%
       ข้อเสนอในการพัฒนาการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) ของหน่วยงานภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
           1) ควรมีการพัฒนา และปรับปรุง กฎระเบียบ แนวทางปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) เพื่อรองรับการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุอุปกรณ์ที่มีลักษณะซับซ้อนของรายละเอียดของคุณภาพสินค้า เนื่องจากระเบียบ และแนวทางปฏิบัติในปัจจุบันยังไม่เหมาะสมกับการจัดซื้อจัดซื้อจัดจ้างพัสดุอุปกรณ์ทุกประเภท โดยเฉพาะพัสดุที่มีความซับซ้อนมาก และเป็นสินค้าผูกขาด (Monopoly Goods) หรือมีผู้ขายหรือผู้ให้บริการที่สามารถเสนอราคาแข่งขันกันได้น้อยราย
           2) ให้ความสำคัญต่อบุคลากรของหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการดำเนินงานเกี่ยวกับการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากบุคลากรถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลให้การดำเนินงานจัดซื้อจัดจ้างมีประสิทธิภาพ
           3) เน้นส่งเสริมแนวคิดจริยธรรมทางด้านการให้บริการรวมทั้งส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมีความรับผิดชอบ และปฏิบัติงานตามหลักธรรมาภิบาล

เอกสารอ้างอิง
      [1] สำนักมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ กรมบัญชีกลาง, 2552, ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2549 [Online], Available: http://www.gprocurement.go.th/04_law/index.php [2009, June 20]
      [2] พนิดา ทรัพย์อุดม, 2547, การจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบจัดซื้อจ้างทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่ายการพัสดุ การท่าเรือแห่งประเทศไทย, ปัญหาพิเศษปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารทั่วไป วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา
      [3] กรมส่งเสริมสหกรณ์, 2552, การประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์  (e-Auction) [Online], Available: http://webhost.cpd.go.th/ewt/finance/ download/E_Auction/k_e-Auction.doc  [2009, June 18]
      [4] ศิริพร ยศมูล, การศึกษาประสิทธิภาพระบบการประมูลด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) ในการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ กรณีศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, 2551
      [5] Hammer, M., 1990, “Reengineering Work: Don’t Automate, Obliterate”, Harvard Business Review, July-August, Vol. 68, Issue 4, pp. 104-112.
      [6] สรวิศ รัตนพิไชย, 2550, การปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดหาพัสดุโดยใช้แบบจำลองสถานการณ์กรณีศึกษา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, หน้า 285, 288-290.


จำนวนผู้ชม 27817 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ