จันทร์, 27 มี.ค. 2017
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 114 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบคืออะไร และสำคัญอย่างไรกับการส่งออก
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2009 เวลา 07:09 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

        เคยสงสัยกันบ้างไหมคะว่าในกระบวนการค้าระหว่างประเทศนั้น สินค้าเดินทางจากต้นทางไปยังผู้รับสินค้าปลายทางอย่างไร ใช้พาหนะอะไรบ้าง การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศนั้นโดยปกติจะใช้การขนส่งตั้งแต่ 2 รูปแบบขึ้นไป เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานรูปแบบการขนส่งสินค้าตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของผู้รับจัดการขนส่งเพียงรายเดียว หรือภายใต้ข้อตกลงหรือสัญญาฉบับเดียว นี่แหละค่ะคือการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ หรือ Multimodal Transport : MT โดยการขนส่งในลักษณะนี้จะให้ความสำคัญกับการขนส่งหลักอย่างการขนส่งทางรถไฟ หรือการขนส่งทางเรือ และให้ความสำคัญกับการขนส่งทางรถน้อยที่สุด โดยจะใช้ในลักษณะการค้าแบบ Door to Door Delivery แปลตรงตัวเลยนะคะว่าคือ การขนส่งจากประตูถึงประตู ก็คือจากต้นทางถึงผู้รับปลายทางนั่นเอง อีกทั้งยังมีปรากฏอยู่ในเงื่อนไขการค้าระหว่างประเทศ หรือ Incoterm 2000  ด้วยนะคะ โดยจะเข้ากลุ่มเงื่อนไขจำพวก CPT, CIP, DDU และ DDP เป็นต้น
        ขอยกตัวอย่างการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นนะคะ อย่างเช่น ผู้ส่งออกต้องการส่งสินค้าจากโรงงานที่สุราษฎร์ธานีไปยังผู้รับสินค้าปลายทางประเทศจีน จึงได้ว่าจ้างบริษัท Freight Forwarder เป็นธุระจัดการให้ Freight Forwarder ก็จัดการหาผู้ประกอบการขนส่งทำการขนส่งสินค้าจากโรงงานโดยรถบรรทุก มายังสถานีรถไฟที่สุราษฎร์ธานี เพื่อบรรทุกขึ้นแคร่รถไฟขนส่งไปยังท่าเรือปีนัง หลังจากนั้นก็ไปต่อเรือที่ปีนังไปยังประเทศจีน
        จะเห็นว่าเป็นการขนส่งแบบต่อเนื่องจากทางบกกับทางทะเล โดยมีผู้รับผิดชอบผู้เดียวและมีการทำสัญญาเพียงฉบับเดียว โดยผู้ส่งออกสามารถติดตามสถานการณ์ขนส่งและความรับผิดชอบต่างๆ ได้จาก Freight Forwarder ที่ผู้ส่งออกได้ว่าจ้าง ที่สำคัญก็คือ Freight Forwarder หรือผู้ให้บริการนั้นจะต้องมีความสามารถ ความชำนาญ และเครือข่ายที่กว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ เพราะการขนส่งในลักษณะนี้มีความซับซ้อน ทั้งเรื่องของเส้นทางและพาหนะที่ใช้ในแต่ละช่วงการขนส่ง ผู้ให้บริการจะต้องมีการประเมินความเสี่ยงและความคุ้มค่าของการใช้เส้นทางนั้นๆ ผู้ให้บริการจะต้องเป็นผู้ที่เก่งประสานงาน เพราะจะต้องมีการประสานด้านการจัดการขนส่งให้การขนส่งแต่ละรูปแบบและแต่ละช่วงการขนส่งทำงานประสานสัมพันธ์กันด้วยดี อีกทั้งจะต้องเป็นจอมวางแผน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสินค้าไปถึงผู้รับปลายทางในเวลาที่กำหนด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการให้บริการประเภทนี้
        นอกจากนี้ผู้ให้บริการจะต้องเข้าใจกฎระเบียบต่างๆ อย่างเช่น เรื่องของข้อกำหนดของหน่วยงานราชการ เช่น การรถไฟ (ในกรณีที่ใช้การขนส่งทางรถไฟ) พิธีการศุลกากร เป็นต้น ปัจจุบันกฎหมายการขนส่งของไทยที่ใช้กับการขนส่งรูปแบบต่างๆ มีดังนี้
             1. การขนส่งของทางทะเล ใช้ พ.ร.บ. การรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534
             2. การขนส่งของทางอากาศและทางถนนโดยรถบรรทุก ใช้กฎหมายฉบับเดียวกันคือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เรื่องรับขน
             3. การขนส่งของทางรถไฟ (บทความนี้มาจาก eThaiTrade.com) ใช้ พ.ร.บ.จัดวางการรถไฟแลทางหลวง พ.ศ. 2464
        จะเห็นได้ว่ากฎหมายที่ใช้บังคับแต่ละฉบับมีความล้าหลังอยู่มาก ทั้งที่รูปแบบการขนส่งได้พัฒนาไปไกล รวมทั้งเส้นทางการขนส่งก็มีการเชื่อมโยงกันมากขึ้น มีการเปิดการขนส่งในเส้นทางต่างๆ เพิ่มมากขึ้น อย่างเช่นเส้นทางรถไฟระหว่างไทยกับมาเลเซีย ซึ่งเกิดขึ้นหลัง พ.ร.บ. ของรถไฟที่ใช้บังคับอยู่ จึงควรที่จะมีการปรับปรุงให้เป็นสากล
        ทำไมจะต้องใช้การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบในการค้าระหว่างประเทศ  เพราะการค้าระหว่างประเทศจะมีเส้นทางการค้าที่ไกล การขนส่งเพียงรูปแบบเดียวไม่สามารถที่จะทำให้การขนส่งสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพได้ และหัวใจสำคัญของการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบก็เหมาะสมกับการขนส่งในระยะทางไกล ก็คือ สินค้า ถึงที่ ทันเวลา และถึงมือผู้รับอย่างปลอดภัย การทำงานจะเป็นระบบระเบียบมากขึ้น และมีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่ามีประสิทธิภาพ
        ปัจจุบันนี้การแข่งขันทางการค้ามีสูงมาก และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบจะมีส่วนในการช่วยลดต้นทุนการผลิต และเอื้ออำนวยต่อกระบวนการโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพ ช่วยลดค่าใช้จ่าย ทำให้มีศักยภาพในการแข่งขันในเวทีโลกได้ดียิ่งขึ้น


ที่มา eThaiTrade.com


จำนวนผู้ชม 19632 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ