ศุกร์, 28 เม.ย. 2017
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 317 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ทำความเข้าใจกับสาเหตุของโอเวอร์สต๊อก (ตอนที่1)
User Rating: / 3
แย่ดีที่สุด 
วันอังคารที่ 08 กันยายน 2009 เวลา 23:08 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon


โดย ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล
ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางโลจิสติกส์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

     ณ ชั่วโมงนี้ หลายธุรกิจกำลังเผชิญกับสภาวะต้นทุนและภาระด้านโลจิสติกส์ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นของสินค้าคงคลังหรือสต๊อกล้นมือ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ การค้า ที่ซบเซา และการแข่งขันที่กดดันในเรื่องของราคาจากคู่แข่งและลูกค้ามากขึ้น
     ดังนั้น การทำความเข้าใจในการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง หรือ สต๊อกเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ จึงเป็นเรื่องที่ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องหันมาดูแลเอาใจใส่กันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารระดับสูงหรือเจ้าของกิจการด้วยแล้วจะต้องเข้าใจ เข้าถึงอย่างมาก ก่อนที่จะบริหารจัดการสินค้าคงคลังของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องเข้าใจถึงแก่นหรือสาเหตุของบริษัทหรือกิจการก่อนว่าอะไรเป็นสาเหตุหรือต้นกำเนิดของปัญหาด้านสต๊อกของบริษัท ก่อนที่จะหาแนวทาง หรือรูปแบบในการบริหารจัดการให้ดีขึ้นเพื่อให้ต้นทุนโลจิสติกส์ในด้านนี้ของผลิตภัณฑ์ต่างๆ หรือของบริษัทโดยรวมดีขึ้น
     สำหรับสาเหตุหลักๆ ที่แต่ละบริษัท หรือธุรกิจที่จำเป็นจะต้องมีการเก็บสต๊อกหรือจำเป็นต้องบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่พอจะสรุปได้ ณ ชั่วโมงนี้ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในงานด้านดูแลจัดการสินค้าคงคลังได้ประเด็น และสามารถตรวจเช็กดูว่าเป็นสาเหตุ หรือปัญหาที่ทำให้บริษัทต้องมีภาระด้านโลจิสติกส์หรือไม่ มีอยู่ด้วยกัน 4 ปัจจัยหลักๆ ด้วยกัน อันได้แก่
     ปัจจัยแรก : ความด้อยประสิทธิ ภาพในการคาดการณ์คำสั่งซื้อหรือความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภคในสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของบริษัท ในปัจจัยนี้ส่วนมากจะพบว่าบริษัทที่มีปัญหาด้านสินค้าคงคลังล้นมือ ขาดการดูแลเอาใจใส่ และขาดรูปแบบในการคาดการณ์คำสั่งซื้อจากลูกค้า หรือผู้บริโภค อย่างเป็นระบบและถูกต้องแม่นยำ
     โดยปกติ บริษัทที่มีปัญหาด้านสต๊อกที่มีสาเหตุมาจากปัจจัยนี้ จะเป็นบริษัทที่มุ่งเน้นหรือให้น้ำหนักกับด้านการขายมากเกินไป โดยไม่ได้คำนึงถึงภาระด้านสต๊อกที่จะตามมา เป็นบริษัทที่ยังอาศัยการคาดการณ์ หรือ “Forecast” ปริมาณความต้องการของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ในการทำธุรกิจจากฝ่ายขายเป็นหลัก ซึ่งส่วนมากพบว่าการคาดการณ์ มีความ คลาดเคลื่อนหรือผิดพลาดสูง และที่สำคัญ ไม่มีระบบตรวจเช็ก ตรวจทาน หรือตรวจสอบตัวเลขประมาณการต่างๆ พูดง่ายๆ ว่า “ฝ่ายขายบอกมาว่าเป็นตัวเลขอย่างไร ฝ่ายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผลิต ฝ่ายจัดซื้อ ต่างนำตัวเลขดังกล่าวไปวางแผนการผลิต และจัดซื้อเลย” ซึ่งวิธีดังกล่าวอาจจะดี ถ้าฝ่ายขายมีการประเมิน หรือคาดการณ์ตัวเลขที่แม่นยำ
     แต่ในความเป็นจริง โดยส่วนมากพบว่า ฝ่ายขายจะ “ปั้นตัวเลข” หรือใช้ตัวเลขสถิติการขายในอดีตเป็นฐานการคาดการณ์ปริมาณคำสั่งซื้อ หรือความต้องการในแต่ละตัวสินค้า ซึ่งในสภาวะการค้าและการทำธุรกิจในปัจจุบันซึ่งมีพลวัตรสูง พบว่า ไม่สะท้อนความเป็นจริง มี “Forecast Error” หรือการคาดการณ์ที่ผิดพลาด ส่งผลให้บริษัทต้องมีภาระสต็อกมากขึ้นในภายหลัง
     ปัจจัยที่สอง : ความประหยัดในต้นทุนจัดซื้อ และต้นทุนการผลิตของบริษัทโดยไม่ได้คำนึงถึงภาระต้นทุนด้านสินค้าคงคลังในปัจจัยนี้ส่วนมากจะพบว่าบริษัทที่มีปัญหาด้านสินค้าคงคลังล้นมือ จะขาดความเข้าใจและความละเอียดรอบคอบในปัญหาด้านสินค้าคงคลัง หรือสต๊อก ที่จะตามมาจากการประหยัดต้นทุนวัตถุดิบ และต้นทุนการผลิต


ที่มา Transport Journal วันที่ 8 กันยายน 2552


จำนวนผู้ชม 9487 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ